สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ว่า ทรัมป์เขียนผ่านโซเชียลมีเดียว่า เนื่องจากสหภาพยุโรปไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงทางการค้า ที่ได้ตกลงกันไว้อย่างสมบูรณ์ ในสัปดาห์หน้า เขาจะเพิ่มภาษีที่เรียกเก็บจากสหภาพยุโรปสำหรับรถยนต์ และรถบรรทุกที่เข้ามาในสหรัฐอเมริกา

เขาเสริมว่า เป็นที่เข้าใจและตกลงกันไว้แล้วว่า หากอียูผลิตรถยนต์และรถบรรทุกในโรงงานของสหรัฐ พวกเขาจะไม่ถูกเรียกเก็บภาษี

ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า สหรัฐมีข้อตกลงทางการค้ากับอียู แต่พวกเขากลับไม่ปฏิบัติตาม ดังนั้น เขาต้องขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์และรถบรรทุก เป็น 25% เพื่อให้เงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐไหลเข้ามา และบังคับให้พวกเขาย้ายฐานการผลิตในโรงงานเร็วขึ้น

คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างของทรัมป์อย่างรวดเร็ว โดยระบุว่า อียูไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงทางการค้า เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา และจะยังคงเปิดทางเลือกต่าง ๆ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหภาพยุโรป หากรัฐบาลวอชิงตันละเมิดข้อตกลง

อนึ่ง เมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลทรัมป์ได้กำหนดภาษี 25% สำหรับการนำเข้ารถยนต์ทั่วโลก แต่ได้บรรลุข้อตกลงแยกต่างหากกับอียูในเดือน ส.ค. เพื่อลดภาษีเหล่านั้นลงเหลือ 15% ซึ่งรวมกับภาษีที่เรียกเก็บก่อนหน้านี้แล้ว ขณะที่อียูตกลงที่จะยกเลิกภาษีสำหรับสินค้าอุตสาหกรรมสหรัฐ รวมถึงรถยนต์ รวมถึงยอมรับมาตรฐานความปลอดภัย และการปล่อยมลพิษของยานยนต์ของสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการเป็นไปอย่างล่าช้า โดยเมื่อเดือน มี.ค. สมาชิกสภานิติบัญญัติของอียูได้ผ่านร่างกฎหมายเพื่อลดภาษีนำเข้า แต่คาดว่า กระบวนการจะแล้วเสร็จก่อนเดือน มิ.ย. เนื่องจากรัฐบาลของประเทศสมาชิกและรัฐสภายุโรป กำลังเจรจาร่างฉบับสุดท้ายอยู่.

เครดิตภาพ : REUTERS