จากกรณีโลกออนไลน์เผยแพร่คลิปเหตุการณ์ กลุ่มวัยรุ่นจำนวนมาก ก่อเหตุไล่ทำร้ายร่างกายกันบริเวณหน้าแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลราชบุรี จนเกิดความโกลาหล ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ส่วนใหญ่เรียกร้องให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง อย่างเช่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดราชบุรี (สสจ.ราชบุรี) มอบอำนาจให้นิติกรเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 6 พ.ค. แพทย์หญิงปาจารีย์ อารีย์รบ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีต้นตอมาจากการทะเลาะวิวาทภายในงานสาดน้ำในพื้นที่อำเภอเมืองราชบุรี ก่อนมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลเมื่อเวลาประมาณ 23.30 น. โดยหนึ่งรายถูกแทงบริเวณหน้าท้อง และอีกหนึ่งรายมีอาการบาดเจ็บที่ใบหน้า อย่างไรก็ตาม หลังผู้บาดเจ็บถูกนำตัวเข้ารักษา กลุ่มเพื่อนของทั้งสองฝ่ายได้เดินทางตามมา และเกิดเผชิญหน้าจนนำไปสู่เหตุทะเลาะวิวาทซ้ำบริเวณด้านข้างทางเข้าห้องฉุกเฉิน สร้างความชุลมุนในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลร่วมกับตำรวจเข้าระงับเหตุได้ในเวลาต่อมา ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บเพิ่มอีก 1 ราย รวมทั้งหมด 3 ราย

เบื้องต้น ผู้บาดเจ็บจากการถูกแทงยังคงพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ส่วนอีก 2 ราย แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ไม่ได้รับอันตราย เนื่องจากเหตุเกิดขึ้นนอกพื้นที่ห้องฉุกเฉิน ซึ่งมีระบบควบคุมความปลอดภัยเข้มงวดแบบ “double door” ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าออกโดยพลการ

ด้านความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการ จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบความเสียหายแต่อย่างใด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดราชบุรี ย้ำว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายชัดเจนในการป้องกันความรุนแรงในโรงพยาบาลทุกแห่ง โดยมีมาตรการด้านความปลอดภัยทั้งระบบกล้องวงจรปิด การควบคุมจุดเข้าออกพื้นที่เสี่ยง การติดตั้งสัญญาณเตือนภัย และการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิดพร้อมกันนี้จะมีการทบทวนจุดเสี่ยง เพิ่มความเข้มข้นของมาตรการ และซักซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย โดย สสจ.ได้ดำเนินการแจ้งความแล้ว การสอบสวนจะครอบคลุมผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงบุคคลที่ปรากฏในคลิปและภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย โรงพยาบาลต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยของทุกคน การใช้ความรุนแรงในสถานพยาบาลจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างจริงจัง.




