สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ว่า คำฟ้องอ้างว่า ข้อจำกัดเรื่องซองกระสุนปืนของรัฐโคโลราโด ซึ่งประกาศใช้เมื่อปี 2556 หลังเกิดเหตุกราดยิงในโรงภาพยนตร์ที่เมืองออโรรา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 ราย และผู้บาดเจ็บ 58 คน ละเมิดสิทธิในการครอบครองและพกพาอาวุธปืน ภายใต้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งที่ 2
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐระบุว่า รัฐโคโลราโดละเมิดสิทธิของเจ้าของปืนที่ปฏิบัติตามกฎหมาย เนื่องจากอุปกรณ์บรรจุกระสุนที่มีความจุมากกว่า 15 นัด เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับอาวุธปืนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในสหรัฐ เช่น ปืนไรเฟิลแบบเออาร์-15 และปืนพกกึ่งอัตโนมัติบางรุ่น
The Trump administration sued Colorado on Wednesday seeking to strike down a 13-year-old state ban on large-capacity firearm ammunition magazines, those allowing more than 15 bullets to be fired in rapid succession without the need to re-load. https://t.co/nZool2uXc0
— Reuters Legal (@ReutersLegal) May 7, 2026
อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้สนับสนุนความปลอดภัยในการใช้อาวุธปืน โต้แย้งว่า ซองกระสุนความจุงสูงเช่นนี้ ทำให้อาวุธที่ออกแบบมาตรงกับการใช้งาน มีความอันตรายเป็นพิเศษในมือของผู้ก่อเหตุกราดยิง เนื่องจากผู้โจมตีสามารถยิงกระสุนหลายนัดอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะหยุดเพื่อบรรรจุกระสุนใหม่ ส่งผลให้ผู้คนที่อยู่ในแนวการยิงมีโอกาสหลบหนีน้อยลง ขณะที่เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายหรือผู้เห็นเหตุการณ์ มีเวลาเข้าแทรกแซงลดลง
ทั้งนี้ คำฟ้องของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ความยาว 11 หน้า ระบุว่า จำนวนอาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติที่ครอบครองอย่างถูกต้องตามกฎหมายในสหรัฐ ซึ่งใช้ซองกระสุนที่มีความจุมากกว่า 15 นัด มีจำนวนหลายสิบล้านกระบอก ดังนั้น การห้ามใช้ซองกระสุนความจุสูง จึงเป็นการจำกัดสิทธิของบุคคลในการครอบครอง “อาวุธที่ใช้กันโดยทั่วไป”.
เครดิตภาพ : REUTERS



