เมื่อวันที่ 7 พ.ค. นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) มีมติเสียงข้างมาก กรณีที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รมว.มหาดไทย ในขณะนั้น และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งโยกย้ายให้ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ว่า เพิ่งได้รับทราบจากสื่อที่ปรากฏคำแถลงข่าวจาก ก.พ.ค. ถือว่าเป็นการได้รับความเป็นธรรมจาก ก.พ.ค. ซึ่งพิจารณาล่าช้ามาก ทราบว่ามีการโต้ตอบหนังสือกลับไปกลับมา ขอขยายเวลาชี้แจงข้อเท็จจริงเป็นหนังสือจากผู้มีหน้าที่ตั้งหลายครั้ง สุดท้ายผมต้องทำหนังสือทวงถามผลการพิจารณาเอง เพราะอยากรู้ว่าการกระทำเช่นนั้นมันชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ต่อไปก็จะต้องมาพิจารณาว่าขั้นตอนการเสนอเรื่องแต่งตั้งโยกย้ายตนนั้น มีการใช้ดุลพินิจในการพิจารณาชอบหรือไม่ชอบอย่างไร มีเหตุผลหรือไม่ กล่าวคือตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้นจน ครม. เห็นชอบใครตั้งเรื่อง ใครเป็นคนทำ ใครเป็นคนสั่ง ชอบหรือไม่ เจ้าหน้าที่ผู้ที่ทำหน้าที่ตรงนั้นก็ต้องไปชี้แจงต่อศาลเอง 

“เรื่องนี้จะเป็นบรรทัดฐานให้ผู้บังคับบัญชา ข้าราชการที่มีอำนาจ แต่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมาย พึงสังวร การใช้อำนาจต้องคู่กับคุณธรรม นอกจากเคสนี้ยังมีการกระทำเช่นนี้อีกหลายกรณี ทั้งย้ายผู้บริหารส่วนกลางถอยกลับไปเป็นนายอำเภอ ทำให้เสียสิทธิ เสียโอกาสในความเจริญก้าวหน้า เป็นต้น” นายนฤชา กล่าว

นายนฤชา กล่าวต่อว่า ตนเห็นด้วยกับนายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการ รมว.มหาดไทย และอดีตอธิบดีกรมปกครอง ที่หลังจากนี้ดำเนินการตามระเบียบกฎหมายต่อไป และตนก็เอาด้วย