เมื่อวันที่ 8 พ.ค. น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ คณะทำงานของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงการจัดกิจกรรมการผลักดันพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว (ฉบับพรรคเพื่อไทย) ในงาน Movie Talk & Special Forum พร้อมร่วมชมภาพยนตร์ แลกเปลี่ยนทรรศนะ และผลักดัน “ความคุ้มครอง” ให้เข้าถึงทุกบ้าน ที่กลไกทางกฎหมายที่จะไม่ปล่อยให้ใครต้องสู้เพียงลำพัง ในวันที่ 10 พ.ค. เวลา 13.00 น. ที่ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ว่า เนื่องจากปัญหา “ความรุนแรงต่อผู้หญิง” ไม่ใช่เป็นปัญหาครอบครัว หรือปัญหาสังคมเท่านั้น แต่เป็นวิกฤติสิทธิมนุษยชน และปัญหาเศรษฐกิจระดับโลกที่ทุกประเทศต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจัง
ตามรายงานจาก UN Women ระบุว่า ผู้หญิงทั่วโลกถึง 1 ใน 3 เคยตกเป็นเหยื่อความรุนแรง โดย 27% ของผู้หญิงอายุระหว่าง 15-49 ปี เคยถูกคู่รักทำร้ายทั้งทางร่างกาย หรือทางเพศ ขณะที่ ประเทศไทย แม้จะมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีผู้หญิงถึง 44% ที่รายงานว่าเคยเผชิญความรุนแรงจากคู่รัก สะท้อนให้เห็นว่าปัญหานี้ยังคงฝังรากลึกอยู่ในสังคมไทย
นอกจากนี้ ความรุนแรงยังสร้างต้นทุนทางเศรษฐกิจมหาศาล โดยกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UNFPA Thailand) ระบุว่า ความรุนแรงต่อผู้หญิงสร้างความสูญเสียให้ประเทศไทยในปี 2018 คิดเป็นประมาณ 1.81% ของ GDP ต่อปี ผ่านผลกระทบด้านผลิตภาพแรงงาน ค่าใช้จ่ายสาธารณสุข และภาระด้านสวัสดิการสังคม
น.ส.ชยิกา กล่าวว่า ความรุนแรงในครอบครัวจึงไม่ใช่ แค่ “เรื่องของผัวเมีย” แต่เป็นเรื่องของประเทศโดยรวมที่ต้องเน้น “ผู้ถูกกระทำเป็นศูนย์กลาง” โดยต้องหยิบยื่นความช่วยเหลือ และมาตรการเยียวยา ฟื้นฟูให้ทันต่อสถานการณ์ เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจ และโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้ที่เผชิญความรุนแรง ให้สามารถกลับมายืนหยัด พึ่งพาตัวเอง และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้อีกครั้ง รวมถึงยังเป็นโจทย์ใหญ่ของการผลักดัน พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวฉบับพรรคเพื่อไทย



