เมื่อวันที่ 8 พ.ค. นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากกรมท่าอากาศยาน (ทย.) กรณีเกิดฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดตรัง เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 7 พ.ค. 2569 ส่งผลให้อาคารผู้โดยสารหลังใหม่ของท่าอากาศยานตรัง เกิดเหตุน้ำฝนรั่วไหลภายในอาคารในบางจุด ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้ ทย. เร่งแก้ไขจุดชำรุดโดยเร็ว เพื่อไม่ให้กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน และการให้บริการภายในท่าอากาศยาน รวมทั้งให้ตรวจสอบระบบระบายน้ำของอาคารในทุกจุดอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีกในอนาคต

นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำให้ ทย. เร่งยกระดับมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐาน และระบบอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ของท่าอากาศยานตรัง ให้มีความพร้อมตามมาตรฐานสากล โดยทุกระบบภายในอาคารผู้โดยสารต้องผ่านการตรวจสอบด้านความปลอดภัย ด้านคุณภาพงานก่อสร้าง และสามารถรองรับผู้โดยสารอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

ด้านนายดนัย เรืองสอน อธิบดี ทย. กล่าวว่า เนื่องจากฝนตกหนักในพื้นที่ ส่งผลให้ระบบระบายน้ำไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน จึงเกิดเหตุน้ำฝนรั่วไหลลงในพื้นที่ภายในอาคาร บริเวณห้องพักผู้โดยสารขาออกมีน้ำรั่วเล็กน้อย 2 จุด บริเวณร้านค้า และสำนักงานบางส่วน แต่ไม่กระทบกับการให้บริการผู้โดยสาร นอกจากนี้ในส่วนของงานชำรุดบกพร่องเป็นส่วนงานก่อสร้างของผู้รับจ้างรายเดิมที่เป็นผู้ทิ้งงาน ซึ่ง ทย.ได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย โดยริบหลักประกันสัญญาของผู้รับจ้างดังกล่าว 53.5 ล้านบาท เพื่อใช้รองรับการแก้ไขปัญหา และความเสียหายที่เกิดขึ้น ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างเข้าตรวจสอบระบบระบายน้ำ และโครงสร้างอาคารอย่างละเอียด รวมถึงประเมินมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อดำเนินการซ่อมแซม และปรับปรุงพื้นที่โดยเร็ว ซึ่งค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม จะนำมาหักจากหลักประกันที่ริบไว้ตามระเบียบต่อไป

นายดนัย กล่าวอีกว่า ขณะนี้ท่าอากาศยานตรังเปิดให้บริการผู้โดยสารได้ตามปกติ ไม่กระทบการให้บริการผู้โดยสาร และเที่ยวบินสามารถขึ้นลงได้ตามปกติ ทั้งนี้ ทย.ต้องขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และจะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด และดูแลการให้บริการประชาชนให้เป็นไปอย่างปลอดภัย.



