นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน(ทย.) เปิดเผยว่า กล่าวว่า ทย. ได้เตรียมแผนรองรับในด้านของรายได้ที่ลดลง เนื่องจากการปรับลดจำนวนเที่ยวบินของสายการบิน จากปัจจัยของสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ตามนโยบายนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม ที่ได้สั่งการให้ ทย. ศึกษารูปแบบการดำเนินงาน และบริหารจัดการที่เหมาะสม พัฒนาพื้นที่ท่าอากาศยานเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อเพิ่มรายได้ในภาพรวมของ ทย. และลดภาระงบประมาณของภาครัฐ
นายดนัย กล่าวอีว่า ทย.ได้มุ่งเน้นการพัฒนางานในส่วนของการเพิ่มรายได้ให้มีความเหมาะสม และสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยจะดำเนินการศึกษาวิเคราะห์รูปแบบ และแบ่งกลุ่มท่าอากาศยาน และพิจารณากิจกรรมเพิ่มรายได้ที่เหมาะสมกับท่าอากาศยานแต่ละแห่ง รวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถของท่าอากาศยานที่มีอยู่เดิม เพื่อให้สามารถบริการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามในส่วนของการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างท่าอากาศยานใหม่ 6 แห่ง ขณะนี้ 5 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานมุกดาหาร ท่าอากาศยานพัทลุง ท่าอากาศยานกาฬสินธุ์ ท่าอากาศยานพะเยา และท่าอากาศยานสตูล ยังอยู่ในขั้นตอนศึกษา ออกแบบ และจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA)
ในส่วนของท่าอากาศยานบึงกาฬ รายงาน EIA ผ่านความเห็นชอบแล้ว ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนสำรวจแปลงที่ดินที่อยู่ในขอบเขตโครงการ เพื่อประเมินราคาโดยละเอียด ก่อนส่งให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เพื่อพิจารณาบรรจุในแผนแม่บทการจัดตั้งสนามบินพาณิชย์ ก่อนดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ในส่วนของแผนการก่อสร้างต้องผ่านขั้นตอนดังกล่าวให้แล้วเสร็จก่อน จึงจะดำเนินการในขั้นตอนอื่นๆ ได้
นายดนัย กล่าวอีกว่า จากสถานการณ์ปัจจุบัน ทย. ในบทบาทผู้ให้บริการท่าอากาศยานที่มีท่าอากาศยานในสังกัด 28 แห่ง จะต้องมีการปรับตัว โดยเน้นให้ความสำคัญกับท่าอากาศยานที่มีอยู่เดิมเป็นหลักก่อน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการให้ได้มาตรฐานสากล สร้างรายได้ยั่งยืนจากพื้นที่เชิงพาณิชย์ และบริการเสริม ซึ่งจะเป็นการลดการพึ่งพางบประมาณภาครัฐ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลปัจจุบันที่มุ่งใช้งบประมาณแผ่นดินอย่างประหยัด และเหมาะสม ลดภาระประชาชน สร้างความยั่งยืนให้โครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางอากาศต่อไป



