เมื่อวันที่ 10 พ.ค. นายณัฐกานต์ ชูชนะ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานคร (กทม.)โดยสำนักการจราจรและขนส่ง ได้ลงนามในสัญญาให้สิทธิบริษัทเอกชน 3 ราย ดำเนินโครงการจักรยานสาธารณะกรุงเทพมหานคร (Bike Sharing) ระยะที่ 2 ระยะเวลา 3 ปี ให้สิทธิในการติดตั้งจุดจอดในที่สาธารณะ ดำเนินกิจการให้เช่ารถจักรยานเชิงพาณิชย์ ตลอดจนการโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ตัวรถ โดยไม่มีค่าตอบเเทนหรือค่าธรรมเนียม ทั้งที่ก่อนจะลงนามสัญญานี้ คณะอนุกรรมการการวัฒนธรรม การท่องเที่ยวและการกีฬา ของสภา กทม. ซึ่งมีนายพินิจ กาญจนชูศักดิ์ สก.เขตสัมพันธวงศ์ เป็นประธาน และตนเป็นกรรมการ ได้ให้ข้อแนะนำกับสำนักจราจรฯ ควรพิจารณาถึงประโยชน์ตอบแทนที่ กทม.และประชาชนจะได้รับอย่างเหมาะสมด้วย แต่ก็ไม่มีการนำข้อเสนอไปปฏิบัติแต่อย่างใด

นายณัฐกานต์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ตนมีข้อสังเกตว่า โครงการดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความได้เปรียบแก่เอกชนฝ่ายเดียวในการใช้ทางเท้าซึ่งเป็นที่สาธารณะเพื่อประกอบธุรกิจและแสวงหารายได้ โดยเฉพาะทำเลสำคัญ เช่น บริเวณสถานีรถไฟฟ้า หรือแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งในสัญญาระยะแรกอาจพอเข้าใจได้ว่าเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เอกชนเข้ามาลงทุน แต่การให้สิทธิต่อเนื่องอีก 3 ปี ซึ่งผูกพันผู้บริหาร กทม.ชุดถัดไป โดยไม่มีหลักเกณฑ์เรื่องผลตอบแทนที่ชัดเจนนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และควรทบทวนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

“ในฐานะคนปั่นจักรยานคนหนึ่ง ผมเห็นประโยชน์ของการปั่นจักรยาน ไม่คัดค้านนโยบายนี้ แต่ต้องตั้งอยู่บนหลักผลประโยชน์ร่วมกัน” รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว และว่า วาระแรกที่ต้องทำก่อนการมีจักรยานให้เช่า คือ การทำโครงสร้างพื้นฐานรองรับการใช้จักรยานอย่างปลอดภัย เพราะทุกวันนี้ ปั่นทางเท้าก็ชนคน ปั่นถนนก็อันตราย ควรคิดว่าทำอย่างไรให้ปลอดภัยทั้งคนเดิน คนปั่น และคนขับขี่ยานพาหนะทุกชนิด.