สมาคมโรงแรมและที่พักของสหรัฐอเมริกา ประเมินว่า การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ในอีกราว 1 เดือนข้างหน้า อาจไม่เปรี้ยงปร้างอย่างที่คาดคิด เนื่องจากราคาที่สูงเกินจริง และปัญหาอีกหลายย่างอาจทำให้แฟนๆ เลือกดูผ่านการถ่ายทอดสดมากกว่า ตามรายงานจาก “เดอะ ซัน”

รายงานระบุว่า ความต้องการห้องพักลดลงอย่างมากใน 9 จาก 11 เมืองของสหรัฐ ที่เป็นเจ้าภาพ เช่น ในแคนซัส ซึ่งเป็นฐานของทีมชาติอังกฤษ โรงแรมกว่า 90% ระบุว่ายอดจองลดลงเมื่อเทียบกับช่วงฤดูร้อนปกติ และในบอสตัน ซึ่งทีม “สิงโตคำราม” จะลงเล่นกับกานาในวันที่ 23 มิ.ย. ผู้ประกอบการรายงานว่ายอดจองห้องพักลดลงถึง 80% และทำให้ห้องพักที่ฟีฟ่าจองไว้ 70% ถูกปล่อยออกมา

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และจานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า คาดการณ์ว่าฟุตบอลโลก จะสร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจสหรัฐกว่า 9 แสนล้านบาท และสร้างงาน 200,000 ตำแหน่ง อย่างไรก็ตามทั้งที่ฟุตบอลโลกใกล้มาถึงจำนวนแฟนบอลต่างชาติที่คาดว่าจะหลั่งไหลอาจไม่เป็นไปตามที่คาด

รายงานระบุว่าหนึ่งในสาเหตุมาจากความล่าช้าในการออกวีซ่า ความเข้มงวดเรื่องการเข้าเมือง ค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าตั๋วราคาสูงมาก ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า และข้อเรียกร้องค่าทิป 20% จากพนักงาน

นอกจากนี้ยังมีปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามกับอิหร่านและแฟนบอลจากบางประเทศในแอฟริกา ไม่สามารถจ่ายค่าประกันวีซ่าประมาณ 490,000 บาท ตามที่หน่วยงานชายแดนเรียกร้อง

ยังมีตัวชี้วัดให้เห็นว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอาจต่ำกว่าที่คาดไว้ เชื่อกันว่านักท่องเที่ยวภายในประเทศจะมีจำนวนมากกว่านักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเป็นความไม่สมดุลที่ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

แยน ไฟรทาก นักวิเคราะห์ด้านธุรกิจโรงแรม กล่าวโทษฟีฟ่าเรื่องการกำหนดราคาตั๋ว และตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับคำสัญญาของอินฟานติโน ที่ว่าฟุตบอลโลกจะนำมาซึ่งความเฟื่องฟูเทียบเท่ากับซูเปอร์โบวล์ 104 ครั้ง ในขณะที่ ทรัมป์ ยังเคยพูดไม่นานนี้ว่า เป็นตนก็คงไม่จ่ายสำหรับราคาตั๋วนัดแรกของสหรัฐ ที่มีราคาเกิน 3 หมื่นบาท