เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 11 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงบประมาณ กล่าวถึงความคืบหน้าการโอนงบประมาณคืนเพื่อนำมาแก้ไขสถานการณ์ความจำเป็นของประเทศ ว่า จากเดิมที่กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณประเมินไว้ที่ประมาณ 50,000–70,000 ล้านบาทนั้น ล่าสุดจากการตรวจสอบพบว่าตัวเลขงบประมาณที่จะโอนคืนอาจมีจำนวนไม่ถึง 30,000 ล้านบาท 

“สาเหตุที่ตัวเลขจำนวนเงินน้อยกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายให้โครงการต่างๆ ดำเนินการต่อไปเพื่อให้เศรษฐกิจสามารถหมุนเวียนได้ โดยมีการกำหนดเกณฑ์การพิจารณาที่ชัดเจน คือโครงการใดที่ยังไม่มีการดำเนินการภายในเส้นตายวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา จะต้องถูกดึงงบประมาณกลับ สำหรับโครงการที่เป็นงบผูกพัน รัฐบาลเลือกใช้วิธีการปรับลดงบประมาณในปีแรกลง แทนการยกเลิกโครงการทั้งหมด เช่น จากเดิมที่ได้รับการอนุมัติเบิกจ่ายปีแรก 20% อาจปรับลดลงเหลือเพียง 10-15% เพื่อให้โครงการสามารถเริ่มต้นไปได้ก่อนและไม่ให้เกิดผลกระทบในภาพรวม” 

เมื่อถามว่า ประเด็นความคืบหน้าของพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท นายภราดร กล่าวว่า แม้ฝ่ายค้านจะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่กฎหมายได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จากนี้กระบวนการทางสภายังคงเดินหน้าต่อได้ตามปกติ ขณะนี้รัฐบาลได้เสนอเรื่องไปยังสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาเรียบร้อยแล้ว คาดว่าประธานสภาจะบรรจุระเบียบวาระการประชุมได้ในช่วงวันที่ 14 พ.ค.นี้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของประธานสภาว่าจะบรรจุเรื่องหรือไม่