เมื่อวันที่ 11 พ.ค. นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า ทช. ได้ดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานตามนโยบายของรัฐบาล โดยภายในองค์กร อาทิ ปิดเครื่องปรับอากาศ และอุปกรณ์ไฟฟ้าสำนักงานเมื่อไม่ใช้งาน และส่วนที่เกี่ยวข้องกับประชาชน มาตรการปิดไฟฟ้าส่องสว่างบางช่วงบนถนนหลัง 22.00 น. โดยจะพิจารณาปิดไฟบางช่วงที่มีปริมาณจราจรต่ำกว่า 60 คันต่อชั่วโมง ซึ่งถือเป็นช่วงที่มีรถใช้เส้นทางน้อยมาก ส่วนพื้นที่เสี่ยง อาทิ ทางโค้ง จุดแยก บริเวณชุมชน หรือจุดเสี่ยงอันตราย ต้องเปิดไฟตลอดทั้งคืน เพื่อไม่ให้กระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้ทาง  

นายพิชิต กล่าวอีกว่า ยอมรับว่ามีเสียงสะท้อนจากประชาชนบางส่วน โดยเฉพาะกรณีที่เข้าใจว่าเป็นการปิดไฟมานานแล้ว ซึ่งในความเป็นจริงหลายจุดเกิดจากปัญหาการลักลอบขโมยสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ โดยเฉพาะสายทองแดงที่ถูกขโมยซ้ำในจุดเดิม แม้จะซ่อมแซมแล้วก็ยังเกิดเหตุซ้ำซาก ล่าสุดยังพบการขโมยหม้อแปลงไฟฟ้า ทั้งนี้ ทช. ได้พยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยมาตรการทางวิศวกรรม เช่น การเทคอนกรีตป้องกันอุปกรณ์ รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจตราในช่วงเวลากลางคืนอย่างสม่ำเสมอ แม้จะยังไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด แต่ก็ช่วยลดความเสียหายได้ในระดับหนึ่ง

นายพิชิต กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ทช. มีแผนทยอยเปลี่ยนระบบไฟฟ้าส่องสว่างเป็นหลอด LED โดยจะเริ่มจากอุปกรณ์ที่มีอายุการใช้งานยาวนาน และใกล้หมดสภาพก่อน ปัจจุบัน ทช. มีไฟส่องสว่างทั่วประเทศประมาณ 7-8 แสนดวง คาดว่าจะเริ่มทยอยเปลี่ยนตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 จะใช้งบประมาณของ ทช. ควบคู่กับการสนับสนุนจากกองทุนพลังงาน ซึ่งเบื้องต้นมีแนวโน้มจัดสรรงบประมาณเข้ามาช่วยประมาณ 200 ล้านบาท

นายพิชิต กล่าวด้วยว่า มาตรการประหยัดพลังงานของ ทช. อยู่บนหลักการประหยัดพลังงานสูงสุด แต่ต้องไม่กระทบความปลอดภัยของประชาชน โดยการบริหารจัดการไฟถนนจะเป็นลักษณะยืดหยุ่นตามสภาพการใช้งานจริง ไม่ใช่การปิดทั้งระบบ ซึ่งจะช่วยให้สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ถึง 40%