นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ถึงแม้ปัจจุบันยังไม่พบการระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อย สายพันธุ์ SAT1 ในประเทศไทย แต่กรมปศุสัตว์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการเฝ้าระวังและป้องกันโรคระบาดสัตว์ เนื่องจากหากเกิดการระบาดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ห่วงโซ่การผลิตสินค้าเกษตร ตลอดจนความสูญเสียทางเศรษฐกิจของประเทศในวงกว้าง ปัจจุบันกรมปศุสัตว์ได้เตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน โดยมีการประเมินความเสี่ยงต่อโรคนี้ จึงได้กำหนดมาตรการเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันการลักลอบนำสัตว์เข้ามาตามแนวชายแดน การเตรียมความพร้อมทางห้องปฏิบัติการ การสร้างการรับรู้ให้เครือข่ายที่เกี่ยวข้องด้านการเลี้ยงปศุสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์กีบคู่ ซึ่งเป็นพาหะและสามารถแพร่เชื้อก่อให้เกิดโรคนี้ได้ ได้แก่ โค กระบือ แพะ แกะ สุกร เป็นต้น สำหรับการเตรียมความพร้อมในการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย สายพันธุ์ SAT1 นับเป็นมาตรการที่สำคัญในการป้องกัน ควบคุมโรค และลดความสูญเสียหากเกิดการระบาดของโรคนี้ได้

ทั้งนี้เภสัชกรหญิงสุพัตรา บุญเสริม เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)  ได้แสดงความพร้อมในการสนับสนุนและอำนวยความสะดวกด้านการขึ้นทะเบียนและอนุญาตนำเข้าวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย สายพันธุ์ SAT1 เพื่อให้สามารถนำเข้าวัคซีนได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดการระบาด ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อภาคปศุสัตว์ของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความร่วมมือระหว่างกรมปศุสัตว์และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาในครั้งนี้

เป็นการยกระดับการป้องกันและควบคุมโรคระบาดสัตว์ของประเทศไทย ให้มีความพร้อมและทันต่อสถานการณ์ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ และประชาชน

สำหรับโรคปากและเท้าเปื่อย สายพันธุ์ SAT 1 ที่พบรายงานการระบาดในประเทศจีนนั้น วัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยที่ใช้อยู่ในประเทศไทยไม่สามารถป้องกันได้ สัตว์ที่ติดเชื้อจะแสดงอาการมีไข้สูง ซึม กินอาหารน้อยลง มีตุ่มใสที่ปาก ลิ้น เต้านม และซอกกีบ เท้าเดินกะเผลก น้ำลายไหลยืด เชื้อสามารถติดต่อโดยการสัมผัสสารคัดหลั่งโดยตรง แพร่กระจายทางอากาศ และติดมากับรถขนส่ง เสื้อผ้า คน หากพบสัตว์แสดงอาการน่าสงสัย ห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์เข้า-ออกฟาร์มเด็ดขาด เพื่อหยุดการแพร่ระบาด และให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทันที