นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ภายในสัปดาห์นี้กระทรวงคมนาคม จะหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับรูปแบบมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการขนส่งที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักวิกฤติพลังงาน และต้นทุนการเดินรถที่พุ่งสูงขึ้น ในการเปลี่ยนผ่านจากรถที่ใช้น้ำมันไปสู่รถที่ใช้พลังงานไฟฟ้า (EV) เพื่อช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานในระยะยาว โดยจะเสนอขอใช้งบงบประมาณจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า รูปแบบมาตรการดังกล่าว อาจไม่ใช่รถเก่าแลกรถใหม่ แต่อาจเป็นในรูปแบบการเช่ารถใหม่ หรือซื้อรถใหม่ โดยกระทรวงฯ จะเสนอรูปแบบการช่วยเหลือ เช่น สนับสนุนเงินดาวน์สำหรับซื้อรถใหม่ การอุดหนุนดอกเบี้ยในลักษณะคนละครึ่ง หรือมาตรการทางภาษี เช่น การลดภาษีรถประจำปีให้เหลือ 0% เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้กลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับความช่วยเหลือครอบคลุมผู้ประกอบการขนส่ง 7 กลุ่มหลัก ประมาณเกือบ 1 แสนคันทั่วประเทศ ได้แก่ รถแท็กซี่, รถตู้โดยสารประจำทาง, รถโดยสารประจำทาง, รถสองแถว, รถยนต์รับจ้างส่วนบุคคล (ไม่เกิน 7 คน), รถตุ๊กๆ และรถจักรยานยนต์รับจ้าง และกลุ่มรถบรรทุกสินค้า

นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นคาดว่าต้องใช้งบประมาณสนับสนุนจากกระทรวงการคลังประมาณ 1-2 หมื่นล้านบาท จะเน้นกลุ่มรถที่กำลังจะหมดอายุการใช้งานตามกฎหมายเป็นลำดับแรก เนื่องจากมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนรถอยู่แล้ว อาทิ รถสองแถวที่มีอายุการใช้งานเกิน 10 ปี ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 17,000 คัน เป็นต้น อย่างไรก็ตามมาตรการดังกล่าวจะเปิดกว้างให้เข้าร่วมตามความสมัครใจ โดยผู้ประกอบการที่รถยังไม่หมดอายุ แต่ต้องการเปลี่ยนเป็นรถ EV เพื่อลดต้นทุนเชื้อเพลิง ก็สามารถยื่นเรื่องขอรับการสนับสนุนได้เช่นกัน.