เมื่อวันที่ 12 พ.ค.69  นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงนามโทรสารด่วนที่สุดสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จริงจัง ต่อเนื่องในระดับพื้นที่ และรักษาความสงบเรียบร้อย คุ้มครองสิทธิของประชาชน และสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย และเหมาะสม 5 แนวทาง ได้แก่ 1. กำชับนายอำเภอ ปลัดอำเภอ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บูรณาการร่วมกับกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค ตำรวจภูธรจังหวัด ตรวจคนเข้าเมือง หน่วยงานด้านความมั่นคง สำนักงานจัดหางานจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวัง ตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ 2. กำชับเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม และเคร่งครัดตามกฎหมาย หากพบการกระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นบุคคลสัญชาติไทยหรือชาวต่างชาติ ให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ไม่มีการเลือกปฏิบัติหรือผ่อนปรนโดยเด็ดขาด

3. ดำเนินมาตรการป้องปรามและปราบปรามการกระทำผิดทุกรูปแบบ อาทิ การลักลอบประกอบอาชีพโดยผิดกฎหมาย การประกอบธุรกิจในลักษณะนอมินี การค้ายาเสพติด การกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคง การสร้างอิทธิพล การกระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธ การพนัน และการค้ามนุษย์ 4. สร้างการรับรู้ความเข้าใจกับผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว ให้เคารพกฎหมาย วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของประชาชนไทย พร้อมทั้งส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ และมีความรับผิดชอบต่อสังคม และ 5. ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด หากพบกรณีที่อาจส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย ความมั่นคง หรือภาพลักษณ์ของประเทศ ให้รายงานกระทรวงมหาดไทยทราบโดยทันที พร้อมทั้งดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน

สำหรับข้อสั่งการของปลัดกระทรวงมหาดไทยในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายและข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ซึ่งได้ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาการบุกรุกชายหาดสาธารณะและที่ดินของรัฐ และปัญหาผู้มีอิทธิพล ในพื้นที่หาดบางเทา จังหวัดภูเก็ต เพื่อทำให้พื้นที่หาดบางเทาเป็น “บางเทา Sandbox” ในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ การแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ และการป้องกันผู้มีอิทธิพล พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยของประชาชน ตลอดจนป้องกันมิให้ผู้มีอิทธิพลหรือกลุ่มบุคคลใดใช้อำนาจ อิทธิพล หรือเครือข่ายผลประโยชน์เอารัดเอาเปรียบหรือคุกคามประชาชนในพื้นที่.