นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยตัวเลขการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน เดือนมีนาคม 2569 มีมูลค่าการค้ารวม 178,320 ล้านบาท ขยายตัว 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นการส่งออก 93,261 ล้านบาท (+1.6%) และการนำเข้า 85,059 ล้านบาท (+12.4%) โดยไทยได้ดุลการค้าในเดือนมีนาคม 2569 ทั้งสิ้น 8,203 ล้านบาท ส่งผลให้ไตรมาสแรกของปี 2569 การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนมีมูลค่าการค้ารวม 478,897 ล้านบาท (+2.5%) เป็นการส่งออก 256,886 ล้านบาท (+0.4%) การนำเข้า 222,011 ล้านบาท (+5.1%) และไทยได้ดุลการค้า 34,876 ล้านบาท

การค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ เดือนมีนาคม 2569 มีมูลค่าการค้ารวม 72,689 ล้านบาท (-21.6%) เป็นการส่งออก 44,764 ล้านบาท (-19.8%) การนำเข้า 27,925 ล้านบาท (-24.3%) และไทยได้ดุลการค้ารวมทั้งสิ้น 16,839 ล้านบาท โดยการค้าชายแดนกับ มาเลเซียมีมูลค่าสูงสุด 28,033 ล้านบาท (+3.1%) รองลงมา คือ สปป.ลาว 25,571 ล้านบาท (-4.4%) และเมียนมา 17,085 ล้านบาท (-7.4%) ในขณะที่การค้าชายแดนไทย-กัมพูชา เป็น 0 (-100%) ซึ่งสินค้าส่งออกชายแดนสำคัญในเดือนมีนาคม 2569 ได้แก่ น้ำมันดีเซล 6,045 ล้านบาท น้ำมันสำเร็จรูปอื่นๆ 1,922 ล้านบาท และเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ อื่น ๆ 1,617 ล้านบาท ทำให้ในไตรมาสแรกของปี 2569 การค้าชายแดนมีมูลค่ารวม 203,447 ล้านบาท (-22.7%) เป็นการส่งออก 118,742 ล้านบาท (+27.1%) และการนำเข้า 84,705 ล้านบาท (-20.0%)

ด้านการค้าผ่านแดนไปประเทศที่สาม เดือนมีนาคม 2569 มีมูลค่าการค้ารวม 105,631 ล้านบาท (+41.4%) เป็นการส่งออก 48,498 ล้านบาท (+34.8%) และการนำเข้า 57,134 ล้านบาท (+47.4%) โดยการค้าผ่านแดนกับจีน มีมูลค่าสูงที่สุด 50,488 ล้านบาท (+19.7%) รองลงมาคือ เวียดนาม และสิงคโปร์ มีมูลค่า 17,715 ล้านบาท (+159.5%) และ 17,066 ล้านบาท (+80.8%) ตามลำดับ ซึ่งสินค้าส่งออกผ่านแดนสำคัญในเดือนมีนาคม 2569 ได้แก่ ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ 9,865 ล้านบาท เครื่องรับโทรศัพท์และอุปกรณ์ 5,661 ล้านบาท และเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ อื่น ๆ 2,963 ล้านบาท ทำให้ในไตรมาสแรกของปี 2569 การค้าผ่านแดนมีมูลค่ารวม 275,450 ล้านบาท (+35.0%) เป็นการส่งออก 138,144 ล้านบาท (+40.0%) และการนำเข้า 137,306 ล้านบาท (+30.4%)

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกล่าวว่า การค้าผ่านแดนในเดือนมีนาคม 2569 ขยายตัวสูงถึง 41.4% มูลค่าการค้าทะลุ 1 แสนล้านบาท โดยขยายตัวทั้งการส่งออกและการนำเข้า โดยเฉพาะการนำเข้าที่ขยายตัว 47.4% ในสินค้าสำคัญในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ (เช่น แผงวงจรพิมพ์ที่ประกอบแล้ว และส่วนประกอบเครื่องประมวลผลข้อมูลอัตโนมัติ อื่น ๆ) 9,613 ล้านบาท (+569.3%) เครื่องรับวิทยุโทรศัพท์ โทรเลข โทรทัศน์ (เช่น สมาร์ตโฟน) 5,555 ล้านบาท (+48.4%) และเทปแม่เหล็ก จานแม่เหล็กสำหรับคอมพิวเตอร์ 5,213 ล้านบาท (+22.2%) โดยการนำเข้าโดยรวมจากจีนขยายตัว 34.9% จากสิงคโปร์ขยายตัว 14.5% และจากเวียดนามขยายตัว 208.5% ในขณะที่การค้าชายแดนในเดือนนี้ การส่งออกไป สปป.ลาว กลับมาขยายตัวอีกครั้ง (+14.9%) ในสินค้าสำคัญ ได้แก่ น้ำมันดีเซล 5,632 ล้านบาท (+44.4%) น้ำมันสำเร็จรูปอื่น ๆ 1,453 ล้านบาท (+44.1%) และรถปิกอัพ 594 ล้านบาท (+180.5%) เช่นเดียวกับการส่งออกไปเมียนมาที่ขยายตัว 5.5% ในสินค้าสำคัญ ได้แก่ โทรศัพท์มือถือและสมาร์ตโฟน 965 ล้านบาท (+179.8%) เคมีภัณฑ์เบ็ดเตล็ดอื่น ๆ 522 ล้านบาท (+434.8%) และเครื่องดื่มอื่น ๆ (เช่น นมถั่วเหลือง เครื่องดื่มอื่น ๆ ที่ไม่อัดลม) 434 ล้านบาท (+4.5%) ส่งผลให้การค้าชายแดนและผ่านแดนในเดือนนี้กลับมาขยายตัวอีกครั้ง (+6.5%) และภาพรวมในไตรมาสแรกของปี 2569 ขยายตัว 2.5%

ด้านการติดตามการเปิด-ปิดจุดผ่านแดน เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 จังหวัดเชียงรายได้มีประกาศปิดจุดผ่อนปรนไทย-เมียนมา ด้านอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ 1) จุดผ่อนปรนท่าบ้านสายลมจอย ตำบลเวียงพางคำ และ 2) จุดผ่อนปรนท่าบ้านเกาะทราย ตำบลแม่สาย เพื่อเป็นการป้องกันการกระทำความผิดกฎหมายตามแนวชายแดนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และดำเนินการให้สอดคล้องตามบริบทสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ส่งผลให้จำนวนจุดผ่านแดนด้านเมียนมาลดลงจาก 21 แห่ง เหลือ 19 แห่ง และจำนวนจุดผ่านแดนทั้งหมดลดลงจาก 94 แห่ง เหลือ 92 แห่ง และจากสถานการณ์ชายแดนกัมพูชาที่ยังต้องปิดจุดผ่านแดนด้านกัมพูชาทั้งหมด 18 แห่ง ทำให้ ณ ปัจจุบันมีจุดผ่านแดนฝั่งไทยเปิดทำการ 68 แห่ง ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเปิดทำการ 57 แห่ง