เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ที่พรรคประชาชน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ระบุว่า ผลการทำประชามติไม่ผูกพันกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับเดิมที่ค้างอยู่ ว่า การกระทำของนายกรัฐมนตรีสะท้อนถึงความไม่จริงใจของรัฐบาลในการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จากการทำประชามติของประชาชนที่ผ่านมา ซึ่งนายกฯ พยายามปฏิเสธความรับผิดชอบโดยระบุว่าเป็นเรื่องของรัฐสภา แต่ตนมองว่านายกฯ และ ครม. ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบนี้ได้ เพราะผลประชามติเป็นคำสั่งของประชาชนผูกพันกับทุกองค์กร แม้จริงอยู่ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มต้นจากรัฐสภา แต่ ครม.มีอำนาจในการยืนยันร่างเดิมหรือการเสนอร่างฉบับใหม่ เข้าสู่การพิจารณาของสภา

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ครม. กับพรรคการเมืองซีกรัฐบาลในสภา ไม่ได้แยกขาดกันชัดเจน เพราะนายอนุทินนอกจากจะเป็นนายกฯ แล้ว ยังมีสถานะเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคอันดับหนึ่งในสภา จึงไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ นอกจากนี้ การทำประชามติก็เป็นผลมาจากมติของ ครม.ชุดที่แล้ว ซึ่งไม่ได้ต่างจาก ครม.ชุดปัจจุบันมากนัก นายอนุทินจึงมีหน้าที่เดินหน้าตามคำสั่งของประชาชน  

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ส่วนจะรับผิดชอบอย่างไรนั้น ครม.มีสองทางเลือก คือ 1.มีมติให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ได้ไปต่อ ซึ่งเป็นร่างของพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน 2.หากไม่ยืนยันร่างเดิมก็ต้องมีโรดแม็พ ที่ชัดเจนถึงเหตุผลไม่ยืนยันร่างเดิมคืออะไร และจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เมื่อไหร่ แต่สิ่งที่ตนเห็นคือรัฐบาลไม่ทำทั้งสองอย่าง ตอกย้ำถึงความไม่จริงใจของรัฐบาล จึงอยากจะสื่อสารไปถึงนายกฯ ว่า ความไม่จริงใจแบบนี้ ขอให้ระวังความรู้สึกประชาชน ตนตั้งข้อสังเกตว่าที่นายกฯ ไม่อยากให้กระบวนการนี้เดินหน้าเพราะนายกฯ และพรรคภูมิใจไทย รวมถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญปี 2560 หรือไม่ โดยเฉพาะประโยชน์จากการเอื้อให้มีการฮั้ว สว. ไม่ว่าจะมีข้อสงสัยอย่างไร ประชาชนก็ไม่สามารถเข้าชื่อยื่นถอดถอนได้ รวมถึงมีช่องโหว่ที่ประธานสภาสามารถปัดตกการยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่

นายพริษฐ์  กล่าวว่า การที่ ครม.ไม่ยืนยันร่างของพรรคประชาชน ตนไม่ทราบว่าเพราะอะไร เพราะร่างเดิมที่ค้างอยู่เป็นของพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย หาก ครม.มีมติยืนยันก็จะมีการตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) เพื่อให้รวมร่างเป็นฉบับเดียว และย้ำว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สามารถทำไปพร้อมกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ ตนหวังว่าเราจะมีรัฐบาลที่มีศักยภาพทำได้มากกว่าหนึ่งเรื่องในเวลาเดียวกัน ที่บอกว่าจะไปแก้ในปลายสมัยรัฐบาลก็ต้องถามกลับว่า จะรู้ได้อย่างไรว่านี่ไม่ใช่ปลายสมัยรัฐบาล เราไม่รู้หรอกว่ารัฐบาลจะมีอายุสั้นหรือยาวแค่ไหน 

เมื่อถามว่า พรรคประชาชนมีแผนที่จะเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า อยากเห็นความชัดเจนของรัฐบาล ซึ่งพรรคประชาชนจะใช้เวทีการประชุมร่วมรัฐสภาในวันศุกร์ที่ 15 พ.ค.นี้ ทวงถามว่า ครม.จะให้คำมั่นสัญญากับประชาชนได้หรือไม่ ว่าจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เมื่อไหร่และจะมีโรดแม็พและกรอบระยะเวลาอย่างไร อย่างไรก็ตามพรรคประชาชนมี สส.เกือบ 120 คนในสภา เราสามารถเสนอร่างเข้าไปได้อยู่แล้วและพร้อมจะพิจารณาร่างอื่นที่มีการเสนอเข้ามา ทั้งจาก สส.และภาคประชาชน.