สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ว่านายเจ.ดี.แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และสมาชิกทุกคนในรัฐบาล รวมถึงตัวเขาเอง ให้ความสำคัญกับสถานภาพทางการเงินของชาวอเมริกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในห้วงเวลาท่ามกลางวิกฤติสงครามกับอิหร่าน และเตือนสื่อมวลชนว่า “ไม่ควรบิดเบือน” คำพูดของทรัมป์
Vice President JD Vance was asked about President Trump’s comments Tuesday that he doesn’t “think about Americans' financial situation" in the Iran talks:
— CBS News (@CBSNews) May 13, 2026
“I agree with the president that Iran should not have a nuclear weapon," Vance said, and added, “But of course, the… pic.twitter.com/n6sjsf85T5
ทั้งนี้ ทรัมป์กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถึงความพยายามเจรจากับอิหร่านว่า “สิ่งสำคัญที่สุด” คือการที่อิหร่านจะมีอาวุธนิวเคลียร์ไม่ได้อย่างเด็ดขาด สถานการณ์ทางเศรษฐกิจภายในสหรัฐ โดยเฉพาะเรื่องค่าครองชีพ “ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญประกอบการตัดสินใจ”
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่า อัตราเงินเฟ้อของผู้บริโภคในสหรัฐ เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา อยู่ที่ 3.8% พุ่งสูงที่สุดในรอบ 3 ปี ซึ่งเป็นผลมาจากราคาพลังงานที่แพงขึ้น เนื่องจากสงครามในอิหร่านที่ยืดเยื้อ ตัวเลขดังกล่าวยิ่งทำให้แกนนำพรรครีพับลิกันกังวลมากขึ้นว่า ความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจที่ประชาชนได้รับจากสงคราม อาจทำให้พรรคพ่ายแพ้และสูญเสียการครองเสียงข้างมาก ทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ในการเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งจะเกิดขึ้นในเดือนพ.ย.นี้.
เครดิตภาพ : REUTERS



