สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ว่านายเจ.ดี.แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และสมาชิกทุกคนในรัฐบาล รวมถึงตัวเขาเอง ให้ความสำคัญกับสถานภาพทางการเงินของชาวอเมริกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในห้วงเวลาท่ามกลางวิกฤติสงครามกับอิหร่าน และเตือนสื่อมวลชนว่า “ไม่ควรบิดเบือน” คำพูดของทรัมป์


ทั้งนี้ ทรัมป์กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถึงความพยายามเจรจากับอิหร่านว่า “สิ่งสำคัญที่สุด” คือการที่อิหร่านจะมีอาวุธนิวเคลียร์ไม่ได้อย่างเด็ดขาด สถานการณ์ทางเศรษฐกิจภายในสหรัฐ โดยเฉพาะเรื่องค่าครองชีพ “ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญประกอบการตัดสินใจ”


อย่างไรก็ตาม ข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่า อัตราเงินเฟ้อของผู้บริโภคในสหรัฐ เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา อยู่ที่ 3.8% พุ่งสูงที่สุดในรอบ 3 ปี ซึ่งเป็นผลมาจากราคาพลังงานที่แพงขึ้น เนื่องจากสงครามในอิหร่านที่ยืดเยื้อ ตัวเลขดังกล่าวยิ่งทำให้แกนนำพรรครีพับลิกันกังวลมากขึ้นว่า ความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจที่ประชาชนได้รับจากสงคราม อาจทำให้พรรคพ่ายแพ้และสูญเสียการครองเสียงข้างมาก ทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ในการเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งจะเกิดขึ้นในเดือนพ.ย.นี้.

เครดิตภาพ : REUTERS