นายประกอบ เพียรเจริญ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และวาณิชธนกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า กรุงศรีฯดำเนินงานด้านการเงินเพื่อความยั่งยืนในปี 69 ด้วยเป้าหมายการสนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืน 350,000 ล้านบาท โดยในช่วงไตรมาสแรกของปี 69 กรุงศรีเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายในการออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มูลค่า 3,500 ล้านบาท ให้กับ บมจ.ราช กรุ๊ป การเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน มูลค่า 8,000 ล้านบาท และการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน มูลค่า 3,000 ล้านบาท ให้กับ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ
“ตอนนี้เริ่มเห็นการฟื้นตัว แม้ในไตรมาสแรกจะช้าหน่อย แต่ตอนนี้เริ่มเห็นดีลที่เข้ามา กลุ่มเฮลธ์แคร์ กลุ่มพลังงาน กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม และกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ยังเข้ามาต่อเนื่อง มองภาพรวมดีลเห็นมากขึ้นในหลายเซกเตอร์ และยังเห็นความท้าทาย ภูมิรัฐศาสตร์ แต่สิ่งเหล่านี้อาจให้บางอย่างชะลอลง แต่สุดท้ายจะเดินหน้าต่อในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเฮลธ์แคร์ ลูกค้าเดินหน้าต่อ”
นอกจากนี้ ดาต้าเซ็นเตอร์ ได้มีเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือเอฟดีไอ เดินหน้าต่อ โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่น่าลงทุน เห็นการลงทุนต่อเนื่องพลังงานทดแทน แต่มีธุรกิจชะลอตัวลง ที่ได้รับผลกระทบ เช่น ธุรกิจส่งออกไปต่างประเทศ เช่น อาหาร ชะลอตัวลง, ในบางอุตสาหกรรมการผลิตที่มีต้นทุนเพิ่ม เห็นการชะลอสั่งออเดอร์ อย่างไรก็ตามไม่อยากให้สงครามยืดเยื้อ เพราะการกลับคืนมาของเศรษฐกิจจะล่าช้า ซึ่งกระทบกับหลายส่วน
สำหรับปี 69 มีแผนกลยุทธ์ผ่าน 4 แนวทางหลัก ทั้งการนำเสนอโซลูชันทางการเงิน ครอบคลุมรูปแบบสินเชื่อ ตราสารหนี้ และโซลูชันด้านอีเอสจี พร้อมเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จจากธุรกรรมสำคัญที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง, การต่อยอดโอกาสทางธุรกิจของลูกค้าผ่านความร่วมมือกับเอ็มยูเอฟจี เพื่อสนับสนุนลูกค้าอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งการเสริมความแข็งแกร่งในตลาดภายในประเทศ และการขยายโอกาสสู่ระดับสากล พร้อมยกระดับการให้บริการผ่านโซลูชันที่หลากหลาย และการสนับสนุนเชิงอุตสาหกรรม เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในบริบทเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างครบวงจร
นอกจากนี้ การให้คำปรึกษาและสนับสนุนธุรกรรมทางการเงินอย่างครบวงจร โดยทำงานร่วมกับบล.กรุงศรี ตลอดจนเครือข่ายระดับโลกของเอ็มยูเอฟจี และธนาคารพันธมิตรในภูมิภาคอาเซียน เพื่อสนับสนุนลูกค้าในการดำเนินธุรกรรมเชิงกลยุทธ์ ครอบคลุมการซื้อขายและควบรวมกิจการ การระดมทุนผ่านตลาดตราสารทุน และการเป็นผู้สนับสนุนการขายหน่วยลงทุน โดยมุ่งให้คำปรึกษาและจัดโครงสร้างโซลูชันทางการเงินที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป้าหมายของลูกค้าแต่ละราย เพื่อสนับสนุนการเติบโตและการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ขณะเดียวกันยกระดับศักยภาพธุรกิจของลูกค้าผ่านดิจิทัลโซลูชัน ที่ออกแบบเฉพาะตามความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งโซลูชันด้านธุรกรรมการโอนเงินทั้งในและต่างประเทศแบบเรียลไทม์ ตลอดจนการพัฒนาช่องทางการเข้าถึงผลิตภัณฑ์การลงทุนผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยมุ่งเสริมศักยภาพการแข่งขัน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ และขับเคลื่อนความสำเร็จของลูกค้าอย่างยั่งยืนในระยะยาว



