สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ว่า แหล่งข่าวระดับสูงในสำนักข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) เปิดเผยว่า นายจอห์น แรตคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการซีไอเอ เดินทางเยือนกรุงฮาวานา เมืองหลวงของคิวบา เพื่อ “ส่งสาส์น” จากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของคิวบา ว่ารัฐบาลวอชิงตันพร้อมร่วมมือด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงกับรัฐบาลฮาวานา “แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไข” ว่าคิวบาต้องเปลี่ยนโครงสร้างประเทศเสียก่อน


แหล่งข่าวในซีไอเอกล่าวว่า การพบหารือดังกล่าวเกิดขึ้น ระหว่างแรตคลิฟฟ์กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงมหาดไทยและสำนักข่าวแห่งชาติของคิวบา ซึ่งแรตคลิฟฟ์เน้นย้ำด้วยว่า สหรัฐไม่ต้องการให้คิวบาเป็น “สถานที่พักพิงที่ปลอดภัย” สำหรับศัตรูของสหรัฐในซีกโลกตะวันตกอีกต่อไป


การเดินทางเยือนคิวบาของแรตคลิฟฟ์ในครั้งนี้ เป็นการเยือนคิวบาครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ของผู้อำนวยการซีไอเอ นับตั้งแต่เกิดการปฏิวัติในคิวบา เมื่อปี 2496 ซึ่งสะท้อนถึงช่วงเวลาที่หาได้ยาก ในการติดต่อสื่อสารระดับสูงระหว่างทั้งสองประเทศ


ขณะที่นายบรูโน โรดริเกซ รมว.การต่างประเทศคิวบา กล่าวว่า รัฐบาลฮาวานาพร้อมพิจารณาข้อเสนอรับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,248.65 ล้านบาท) พร้อมด้วย “อินเทอร์เน็ตดาวเทียมที่ฟรีและรวดเร็ว” จากรัฐบาลวอชิงตัน แต่ย้ำว่าต้องไม่มีเงื่อนไขผูกมัด อย่างไรก็ตาม โรดริเกซยอมรับว่า รัฐบาลฮาวานายังคงมีความเคลือบแคลงสงสัย ต่อเจตนาที่แท้จริงของสหรัฐ ซึ่งยังคงไม่ยกเลิกมาตรการปิดล้อมเชื้อเพลิง


ทั้งนี้ นายวินเซนเต เด ลา โอ เลบี รมว.พลังงานคิวบา แถลงว่า น้ำมันที่ได้รับบริจาคจากรัสเซียเมื่อปลายเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา “หมดลงแล้ว” และกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า ตอนนี้ในประเทศ “ไม่มีน้ำมันดีเซลเหลืออยู่เลย” ส่งผลให้เกิดไฟดับทั่วทั้งเกาะ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการใช้ชีวิตของประชาชน.

เครดิตภาพ : REUTERS