สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ว่า คำมั่นสัญญาเงินทุนใหม่ดังกล่าว เป็นส่วนเพิ่มเติมจากเงินทุน 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 65,275 ล้านบาท) ที่สหรัฐประกาศเมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว ภายใต้กลไกใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อทำให้การจัดหาเงินทุนและการส่งมอบความช่วยเหลือมีประสิทธิภาพมากขึ้นและเพิ่มความรับผิดชอบ เนื่องจากสหรัฐและประเทศพัฒนาแล้วอื่น ๆ ลดการใช้จ่ายด้านความช่วยเหลือลง
นายเจเรมี ลูวิน อดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานประสิทธิภาพรัฐบาล (ดอจ) ของนายอีลอน มัสก์ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นปลัดกระทรวงฝ่ายความช่วยเหลือต่างประเทศ กิจการมนุษยธรรม และเสรีภาพทางศาสนา กล่าวว่า ความช่วยเหลือของสหรัฐร้อยละ 92 ที่จัดสรรผ่านกลไกนี้ ไปถึงประเทศที่ “มีความสำคัญสูงสุด” ตามที่สำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติ (โอซีเอชเอ) กำหนดให้เป็นประเทศที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด
US pledges new humanitarian aid to UN, says must align with Trump's interest https://t.co/gGvz2UQGjC
— The Straits Times (@straits_times) May 14, 2026
“ความช่วยเหลือของสหรัฐ มุ่งเน้นไปยังสถานที่ซึ่งเรามีผลประโยชน์ด้านนโยบายต่างประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับผลประโยชน์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ” ลูวิน กล่าวเพิ่มเติม
ทั้งนี้ รายชื่อประเทศที่ได้รับเงินทุนจากรัฐบาลวอชิงตัน ซึ่งเป็นผู้บริจาครายใหญ่ที่สุดของโอซีเอชเอ ขยายครอบคลุมเวเนซุเอลา และเลบานอน แต่ไม่รวมบางประเทศที่ผลประโยชน์ของสหรัฐไม่สอดคล้องกับลำดับความสำคัญของโอซีเอชเอ
ขณะที่ นายทอม เฟลตเชอร์ รองเลขาธิการยูเอ็น ด้านกิจการมนุษยธรรม และผู้ประสานงานด้านความช่วยเหลือฉุกเฉิน กล่าวว่า ยูเอ็นยังคงรักษาหลักการความเป็นกลางและความยุติธรรม ควบคู่กับการปฏิรูประบบด้านมนุษยธรรม สำหรับช่วงเวลาที่เงินทุนลดลง และประชาชนราว 300 ล้านคนทั่วโลกต้องการความช่วยเหลือ.
เครดิตภาพ : REUTERS


