วันนี้ (15 พ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการเสียชีวิตของกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอิตาลีใต้ทะเลลึกระหว่างการสำรวจแนวปะการังวาวูที่หมู่เกาะมัลดีฟส์ ในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เริ่มดำเนินการสืบสวนหาสาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้แล้ว
สำนักข่าวอิตาลีระบุว่า ผู้เสียชีวิต 2 ใน 5 ราย คือ โมนิกา มอนเตฟัลโคเน ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยด้านชีววิทยาทางทะเล และ จอร์เจีย ซอมมาคาล ลูกสาววัย 20 ปีของเธอ


นอกจากนี้ยังมีนักท่องเที่ยวชาวอิตาลีหญิงอีก 1 รายที่เสียชีวิตคือ มูเรียล ออดเดนิโน จากเมืองตูริน ส่วนนักท่องเที่ยวชายอีก 2 รายคือ จานลูกา เบเนเดตติ จากเมืองปาดัว และ เฟเดริโก กวลเทียรี จากเมืองบอร์โกมาเนโร
รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรุดไปยังที่เกิดเหตุหลังจากได้รับแจ้งเหตุกลุ่มนักท่องเที่ยวสูญหายเมื่อเวลาประมาณ 13.45 น. ของวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น จากนั้นได้เริ่มปฏิบัติการค้นหาอย่างเร่งด่วน ก่อนจะพบร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 5 ราย
รายงานเบื้องต้นระบุว่า นักดำน้ำกลุ่มนี้ได้ขึ้นเรือยอร์ช “ดยุคออฟยอร์ค” ซึ่งเป็นเรือท่องเที่ยวเพื่อกิจกรรมดำน้ำที่ผู้ร่วมกิจกรรมสามารถพักแรมบนเรือได้ เรือลำดังกล่าวอยู่ในความดูแลและดำเนินกิจการโดยชาวต่างชาติ
หลังจากออกเรือ กลุ่มนักท่องเที่ยวผู้โชคร้ายได้หายตัวไปที่บริเวณใกล้กับเกาะอลิมาธา ซึ่งเป็นจุดดำน้ำที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของแนวปะการังวาวู
ตำรวจท้องที่ได้เริ่มการสอบสวนเหตุการณ์สยองขวัญนี้ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าสภาพอากาศในวันเกิดเหตุค่อนข้างรุนแรง โดยมีลมกระโชกแรงซัดถล่มหมู่เกาะด้วยความเร็วสูงถึง 48 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีการประกาศเตือนภัยระดับสีเหลืองในช่วงเช้าของวันดังกล่าวจนถึงขณะนี้
ด้านกระทรวงการต่างประเทศของอิตาลีแถลงว่ากำลังอยู่ระหว่างการติดตามเหตุการณ์นักท่องเที่ยวชาวอิตาลี 5 รายเสียชีวิตจากอุบัติเหตุระหว่างการดำน้ำลึกที่แนวปะการังวาวูในมัลดีฟส์ พร้อมระบุเพิ่มเติมว่าทั้ง 5 รายเสียชีวิต “ขณะพยายามสำรวจถ้ำที่ระดับความลึก 50 เมตร”
กระทรวงการต่างประเทศและสถานเอกอัครราชทูตอิตาลีในกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา ระบุว่าพวกเขากำลังติดต่อประสานงานกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต
ด้านสำนักข่าวอิตาลีรายงานโดยอ้างความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญการดำน้ำว่า การเสียชีวิตอย่างกะทันหันนี้อาจมีสาเหตุมาจากภาวะเป็นพิษจากออกซิเจน ซึ่งเกิดจากการหายใจเอาออกซิเจนภายใต้แรงกดอากาศสูงใต้น้ำลึกเป็นเวลานาน ส่งผลให้เนื้อเยื่อเสียหายและมีผลกระทบระบบประสาทส่วนกลาง เช่น การมองเห็นแคบลง ได้ยินเสียงผิดปกติในหู คลื่นไส้ เวียนศีรษะ
ข้อมูลจากเว็บไซต์ของบริษัทที่ดำเนินกิจการเรือดยุคออฟยอร์คระบุว่ามีการให้บริการ “ไนตร็อกซ์” (Nitrox) ซึ่งเป็นก๊าซผสมสำหรับนักดำน้ำที่ประกอบด้วยไนโตรเจนในสัดส่วนที่น้อยกว่าปกติและมีสัดส่วนออกซิเจนมากกว่าปกติ เพื่อให้ดำน้ำได้นานขึ้น
ส่วนเรือหรูลำดังกล่าวสร้างขึ้นในปี 2553 ออกแบบมาเพื่อนำนักท่องเที่ยวไปยังจุดหมายปลายทางเฉพาะในมัลดีฟส์เพื่อการดำน้ำลึก
ที่มา : the-sun.com
เครดิตภาพ : pixabay.com, Instagram



