ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ อ.ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายว่าลักษณะการเกิดแผ่นดินไหวดังกล่าว เป็น 4 ประเด็น

1. เป็นแผ่นดินไหวระดับกลาง เนื่องจากมีขนาด 5.3 ซึ่งไม่เกิน  6

2. เป็นแผ่นดินไหวระดับตื้น เนื่องจากเกิดขึ้นที่ระดับความลึกประมาณ 10 กม. ยังไม่ถึง 60 กม. ใต้พื้นดิน

3. เป็นแผ่นดินไหวระยะไกล เนื่องจากมีระยะห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 530 กิโลเมตร

4. แผ่นดินไหวดังกล่าวอยู่ในแนวรอยเลื่อนสะกาย ซึ่งเป็นรอยเลื่อยที่มีพลังมาก (Active Fault)

ศ.ดร.อมร อธิบายว่า แผ่นดินไหวดังกล่าว อาจทำให้อาคารสูงในกรุงเทพมหานครสั่นไหวได้ เป็นเรื่องปกติ เนื่องจาก กรุงเทพมหานครตั้งอยู่บนชั้นดินอ่อน ซึ่งดินอ่อนสามารถขยายคลื่นได้หลายเท่า ดังนั้น ผู้ที่อยู่อาศัยในอาคารสูงจะรับรู้ถึงการสั่นสะเทือน แต่เนื่องจากขนาดของแผ่นดินไหวที่เป็นแผ่นดินไหวระดับกลาง และระยะห่างค่อนข้างมาก จะไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคาร

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ปัจจุบัน ยังคงต้องติดตามการเกิดแผ่นดินไหวต่อไป เนื่องจากรอยเลื่อนสะกายเป็นรอยเลื่อนที่มีความยาว 1,200-1,400 กม. มีข้อสังเกตว่า เมื่อเดือน มี.ค. ปี 2568 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.7 ที่มัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ ระยะห่างจากกรุงเทพฯ กว่า 1,000 กม. แต่ก็สามารถทำให้อาคารสูงในกรุงเทพฯ สั่นไหวอย่างรุนแรง อาคารสูงได้รับความเสียหายหลายร้อยหลัง และมีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ที่กำลังก่อสร้างพังถล่มลงมา ดังนั้นรอยเลื่อนสะกายจึงเป็นรอยเลื่อนสำคัญที่ประมาทไม่ได้ ประกอบกันวันนี้เกิดแผ่นดินไหวในตอนล่างของรอยเลื่อน ซึ่งแม้จะมีขนาดปานกลาง แต่ก็เกิดใกล้กว่าแผ่นดินไหวมัณฑะเลย์ ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนควรเตรียมพร้อมรับมือ เนื่องจากแผ่นดินไหวเป็นภัยที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้