การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ เป็นหนึ่งในความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดในยุคปัจจุบัน และประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศมากที่สุด ส่งผลให้มีการกำหนดเป้าหมายที่ทะเยอทะยานหลายประการ ทั้งในด้านการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว เศรษฐกิจหมุนเวียน และการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของประเทศ
ขณะที่รัฐบาลเยอรมนี ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินการด้านสภาพอากาศ และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างแข็งขัน ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศในทุกระดับ ซึ่งการเรียนรู้จากประสบการณ์ของแต่ละฝ่าย และการพัฒนากลยุทธ์เพื่อเร่งการดำเนินการด้านสภาพอากาศ เป็นหัวใจสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับเยอรมนีมาอย่างยาวนาน และเยอรมนีเป็นพันธมิตรทวิภาคีที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ในการดำเนินการด้านสภาพอากาศ
ภาคส่วนอุตสาหกรรมและธุรกิจ มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผ่าน ด้วยเหตุนี้ สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย ร่วมกับหอการค้าเยอรมัน-ไทย จึงจัดการประชุมภายใต้ชื่องาน “Climate Talks” โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนและการหารือระหว่างภาคธุรกิจ อีกทั้งเป็นเวทีสำหรับการนำเสนอกรณีศึกษาทางธุรกิจของเทคโนโลยีสะอาดของเยอรมนี พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้บริษัทจากทั้งสองประเทศได้เชื่อมต่อกัน

ในช่วงพิธีเปิด ฯพณฯ ดร.แอ็นสท์ ไรเชิล เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย กล่าวว่า เยอรมนีภาคภูมิใจที่ได้เป็นภาคีของประเทศไทยในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และมีความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกับประเทศต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจาก ซึ่งการเสวนาครั้งนี้ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีสีเขียวและเทคโนโลยีสะอาด โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ และผลักดันนโยบายด้านสภาพอากาศ สามารถนำมาใช้ได้จริงในทางปฏิบัติ
ท่านทูตไรเชิล กล่าวเสริมว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศทำให้ประเทศไทยเผชิญกับความท้าทายอย่างมีนัยสำคัญ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสอันดีสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการนำเข้าเทคโนโลยีสีเขียวต่าง ๆ เนื่องจากประเทศไทยมีพันธกรณีในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 ดังนั้น เทคโนโลยีเหล่านี้จึงมีความสำคัญในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว
ยิ่งไปกว่านั้น ท่านทูตไรเชิล ยังเน้นย้ำถึงการลงทุนที่สำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การบริหารจัดการของเสียในภาคส่วนเศรษฐกิจหมุนเวียน การบรรลุเป้าหมายในภาคส่วนพลังงาน และการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคส่วนอุตสาหกรรม
สุดท้ายนี้ ท่านทูตไรเชิลแสดงความมั่นใจว่า การเพิ่มความร่วมมือเชิงรุกระหว่างเยอรมนีกับประเทศไทย ในการรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ และการลงทุนที่เพียงพอในด้านความมั่นคงทางพลังงาน จะสามารถเร่งการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียว และปลดล็อกโอกาสในการเติบโตที่มีศักยภาพสำหรับทั้งสองประเทศ


ทั้งนี้ การเสวนาครั้งนี้ครอบคลุมหัวข้อต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียน ความมั่นคงด้านพลังงาน ตลอดจนเทคโนโลยีสะอาด และเทคโนโลยีสีเขียว โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการหารือที่ดำเนินอยู่ในประเทศไทย พร้อมทั้งมีส่วนร่วมกับผู้มีบทบาทสำคัญจากรัฐบาล สถาบันการศึกษา และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง.
ขอขอบคุณ : เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย และหอการค้าเยอรมัน-ไทย



