เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 69 ที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติดเครือข่ายชุมชนลดปัจจัยเสี่ยง ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน เข้ายื่นหนังสือต่อ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เพื่อขอให้เร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง เข้าสภา พร้อมยื่นข้อเสนอภาคประชาชนเพื่อพิจารณาด้วย โดยมี นพ.เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เป็นผู้รับหนังสือ
นายวัชรพงศ์ พุ่มชื่น ผู้จัดการมูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติด กล่าวว่า จากการติดตามผลกระทบ จากนโยบายให้กัญชาถูกกฎหมาย การใช้กัญชาในทางที่ผิดตลอดเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา ทางมูลนิธิฯ และเครือข่ายภาคประชาชน ขอแสดงจุดยืนและมีข้อเสนอดังนี้ 1. ขอให้รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข เร่งออก พ.ร.บ.กัญชา กัญชง โดยยึดหลักการสำคัญ คือ กัญชาทางการแพทย์เพื่อผู้ป่วยทุกคนที่ต้องใช้รักษาอย่างเท่าเทียม เข้าถึงง่าย ปกป้องเด็กและเยาวชน และไม่สนับสนุนกัญชานันทนาการ
2.ขอเรียกร้องผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีได้ลงนามรับรองในร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ฉบับภาคประชาชน ซึ่งประธานสภาพิจารณาว่าเป็น พ.ร.บ.เกี่ยวด้วยการเงิน เพื่อให้มีตัวแทนของภาคประชาชน เข้าไปร่วมกันพัฒนากฎหมายให้รอบคอบ สมดุล และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อคนทุกกลุ่ม 3.ขอให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งพิจารณามาตรการ หรือแนวทางเชิงประจักษ์ ในการควบคุมการใช้กัญชาในทางที่ผิด หรือการใช้กัญชาเชิงนันทนาการ เพื่อยุติวาทกรรมกัญชาเสรี และวงจรที่มีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มคิดว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่เสพกัญชาได้อย่างเสรี (Cannabis Destination) ซึ่งส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว และสุขภาพโดยรวมของประชาชนคนไทย ให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว
4.ขอให้กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ ควบคุมอย่างเคร่งครัดต่อผู้ประกอบการปลูก ร้านจำหน่าย และสถานประกอบการที่เสี่ยงต่อการจำหน่ายกัญชาผิดกฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตให้ศึกษาวิจัย หรือส่งออก หรือจำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า พ.ศ. 2569 และดำเนินการต่อผู้ขายกัญชา พืชเสพติดในรูปแบบออนไลน์ หรือเดลิเวอรี โดยเฉพาะการป้องกันเด็กเยาวชนเข้าสู่วงจรการใช้กัญชา และพืชเสพติดชนิดอื่น และ 5. ขอสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ชุมชน ในการเฝ้าระวังปัญหาและผลกระทบจากการใช้กัญชา และพืชเสพติดในทางที่ผิด ผ่านหน่วยงานสาธารณสุขในระดับพื้นที่ โดยภาคีเครือข่ายยินดี และพร้อมร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขอย่างเต็มความสามารถ



