สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ว่านายกรัฐมนตรีนาฟตาลี เบนเนตต์ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศ ว่าอิสราเอลกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดระลอกที่ 5 ซึ่งเป็นผลจากเชื้อไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ โอไมครอน ที่อิสราเอลมีผู้ติดเชื้อสะสมแล้ว 175 คน จากจำนวนดังกล่าว 40 คน เป็นการยืนยันในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุด


ทั้งนี้ เบนเนตต์เรียกร้องประชาชนฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะเด็ก แม้ผู้ติดเชื้อโอไมครอนส่วนใหญ่แทบไม่แสดงอาการเลยก็ตาม และคาดการณ์ว่า ภายในระยะเวลาอีกไม่เกิน 4 สัปดาห์ อัตราการเกิดโรคจะเพิ่มขึ้น ในระหว่างนี้ ผู้นำอิสราเอลกล่าวถึงการวางแผนรับมือ “ความไม่แน่นอน” จากเชื้อโอไมครอน แม้ยังไม่มีรายละเอียดมากนัก แต่ตอนนี้ ขอความร่วมมือให้ประชาชนทำงานจากที่บ้านให้มากที่สุด หากเป็นไปได้


ในส่วนของมาตรการปิดประเทศ ที่เป็นการไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าสู่อิสราเอล ด้วยเหตุผลด้านสาธารณสุข มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย. ที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 22 ธ.ค.นี้ “เป็นอย่างน้อย” โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะรับพิจารณาการเข้าเมืองของชาวต่างชาติ เฉพาะผู้ที่มีเอกสารยืนยันล่วงหน้า ว่าได้รับอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐบาลอิสราเอล


ขณะที่พลเมืองอิสราเอลและชาวต่างชาติมีถิ่นพำนักถาวร ซึ่งเดินทางมาจากต่างประเทศ ต้องมีผลตรวจยืนยันเป็นลบจากโควิด-19 ภายในเวลาที่กำหนด และเมื่อมาถึงแล้วต้องกักตัวเพื่อรอการตรวจอีกครั้ง แต่หากมาจาก “กลุ่มประเทศเสี่ยงสูง” จากเชื้อโอไมครอน ต้องกักตัวในสถานที่ของรัฐเท่านั้น.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES