เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ที่รัฐสภา นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ มีคำพิพากษากลับในคดีประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 สั่งจำคุก นายปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน 3 ปี ไม่รอลงอาญา ว่า เรื่องนี้ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์มีคำพิพากษากลับในคดีประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ขณะนี้กำลังดำเนินการประกันตัวให้ทันภายใน 4 โมงเย็นวันนี้ เราเตรียมทั้งคำร้องและหลักทรัพย์ค้ำประกัน หากประกันตัวไม่ได้ ก็จะถูกคุมขังตามคำพิพากษาของศาลไปก่อน ทำให้นายปิยรัฐ ขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 อนุมาตรา 6 ทำให้สถานภาพความเป็น สส. สิ้นสุด

นพ.วาโย กล่าวว่า เมื่อศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษาเสร็จแล้ว ก็จะเข้าสู่อำนาจของศาลฎีกาต่อไป เจ้าพนักงานศาล จะต้องถือคำร้องตัวหมายนี้ไปส่งที่ศาลฎีกาว่าจะมีคำสั่งออกมาอย่างไร แต่เนื่องจากศาลฎีกาอยู่ในกรุงเทพฯ ระยะทางห่างกันกว่า 6 ชั่วโมงครึ่ง จึงเกรงว่าไม่ทัน ดังนั้น โอกาสที่นายปิยรัฐจะหลุดจากความเป็น สส. จึงมีสูง อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อมั่นว่าในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย มีการใช้เทคโนโลยีอยู่แล้ว คิดว่าศาลน่าจะต้องคำนึงถึงสถานภาพพิเศษของจำเลยคือเป็น สส. กรณีเลวร้ายสุดทำให้นายปิยรัฐพ้นจากความเป็น สส. ก็จะมีเลื่อนลำดับ สส.บัญชีรายชื่อของพรรคขึ้นมาแทน

“อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาการยื่นคำร้อง หรือการอำนวยความสะดวกทางธุรการผ่านกระบวนการอิเล็กทรอนิกส์ของศาลมีความลดน้อยถอยลงพอสมควร ในฐานะที่ผมเป็นประธานกรรมาธิการศาล ก็จะมีการศึกษาเรื่องนี้ต่อไป 

ผมยังคาดหมายและคาดหวังอย่างสูงมากว่า โอกาสน่าจะออกมาเป็นคุณได้ เพราะกระบวนการทางศาลได้พัฒนาไปมากแล้ว อย่างน้อยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงโควิด กระบวนการต่างๆ ก็รวดเร็วขึ้นเยอะ แต่ถ้าเกิดกรณีแบบนั้นขึ้นจริงๆ ก็เป็นที่น่าเสียดายที่ทางพรรคก็จะขาดกำลังของผู้แทนราษฎรในสภาไป เพราะนายปิยรัฐ มีความกระตือรือร้นในการทำงานสภามากพอสมควร วันนี้ก็ยังคุยเรื่องการวางคิวอภิปรายแม้ตอนอยู่ในศาล” นพ.วาโย กล่าว

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า อยากให้มองภาพใหญ่ในเรื่องการแก้ไขระบบยุติธรรม กระบวนการยุติธรรมในประเทศซึ่งไม่ใช่แค่กรณีของนายปิยรัฐ และ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน เท่านั้น แต่ยังมีประชาชนคนธรรมดาที่ออกมาต่อสู้เรียกร้องเรื่องสิทธิเสรีภาพ ต่อสู้เรียกร้องทางการเมืองต่างๆ แต่รัฐและผู้มีอำนาจรัฐในปัจจุบันกลับใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือฟ้องร้องปิดปาก

รวมถึงการวิพากษ์เรื่องอื่นๆ อย่างการเรียกร้องในการแก้ไขนโยบาย เช่น โครงสร้างพลังงานของประเทศ ซึ่งตนและนักวิชาการบางส่วนถูกกลุ่มทุนพลังงานที่อาจจะมีความยึดโยงกับรัฐบาล หรือคนมีอำนาจรัฐ ใช้กระบวนการยุติธรรมฟ้องร้องปิดปากเช่นเดียวกัน

“ดังนั้นในมุมนี้ไม่อยากให้มองที่ตัวบุคคล พวกเราจึงอยากช่วยกันส่งเสียงเรียกร้องให้นายปิยรัฐไม่ต้องถูกคุมขัง ไม่ต้องพ้นจากการเป็น สส. แต่ปัญหานี้ใหญ่กว่าตัวบุคคล เราพยายามผลักดันกฎหมาย Anti-SLAPP Law แก้ไขกระบวนการยุติธรรมไม่ให้มีการฟ้องร้องปิดปาก เราเห็นด้วยกับข้อเสนอของอาจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่า ขณะนี้มีผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างคุมขังจำนวนมาก ทั้งจากการไม่มีเงินค่าปรับ ไม่มีเงินค่าประกันตัวก็ตาม ดังนั้นการแก้ไขกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้ประชาชนได้สิทธิเสรีภาพมากที่สุด เป็นสิ่งที่พรรคประชาชนผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่มาโดยตลอด” นายณัฐพงษ์ กล่าว

รายงานแจ้งว่าในช่วงก่อนเที่ยววัน ศาลได้อนุญาตให้ประกันตัวนายปิยะรัฐ โดยใช้หลักทรัพย์จำนวนเงิน 3 แสนบาท โดยจะมีการต่อสู้ต่อไปในชั้นฎีกา.