สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ว่ากระทรวงพาณิชย์จีนออกแถลงการณ์ว่า มีการหารือร่วมกับสหรัฐในประเด็นข้อกังวลเกี่ยวกับภาวะขาดแคลนแร่หายาก อาทิ อิตเทรียม และสแกนเดียม ตลอดจนแร่ธาตุสำคัญอีกหลายชนิด และจะร่วมศึกษาพร้อมทั้งแก้ไข “ข้อกังวลที่สมเหตุสมผล และชอบด้วยกฎหมายของแต่ละฝ่าย”
แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมด้วยว่า “รัฐบาลจีนบังคับใช้มาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายากและแร่ธาตุสำคัญทุกชนิด โดยเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับ ตลอดจนมีการตรวจสอบคำขออนุมัติใบอนุญาตสำหรับใช้ในภาคพลเรือนที่ถูกต้องตามเกณฑ์อย่างถี่ถ้วน”
China's Ministry of Commerce on Wednesday elaborated on the preliminary outcomes of the recently held China-US economic and #trade consultations, covering issues including tariffs, agricultural trade, rare earth export controls, and aircraft trade. #China #US
— China Daily (@ChinaDaily) May 20, 2026
·China implements… pic.twitter.com/HeNPpON6ob
ทั้งนี้ รัฐบาลปักกิ่งเริ่มบังคับใช้มาตรการควบคุมดังกล่าว ตั้งแต่เดือน เม.ย. 2568 เพื่อตอบโต้มาตรการจัดเก็บภาษีศุลกากรฝ่ายเดียวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ส่งผลให้การส่งออกแร่หายากบางชนิดและแร่ธาตุอีกหลายรายการของจีน ถูกจำกัดมาจนถึงปัจจุบัน สร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้กับสหรัฐ ซึ่งออกมาเรียกร้องให้มีการผ่อนผันแล้วหลายครั้ง
แถลงการณ์ของกระทรวงพาณิชย์จีนฉบับนี้ เป็นการตอบสนองต่อการที่ทำเนียบขาวเปิดเผยเรื่องดังกล่าวก่อน ในระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำ ระหว่างทรัมป์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ณ กรุงปักกิ่ง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จีนตกลงที่จะแก้ไขปัญหาข้อกังวลเกี่ยวกับภาวะขาดแคลนแร่หายาก
ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า ท่าทีของสหรัฐสะท้อนดูเหมือนจะยอมรับมาตรการจำกัดการส่งออกนี้โดยปริยาย ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากเมื่อ 6 เดือนก่อน หลังการประชุมสุดยอดที่เมืองปูซานของเกาหลีใต้ ซึ่งในเวลานั้น สหรัฐประกาศกร้าวว่า มาตรการควบคุมเหล่านี้จะต้องถูกยกเลิกไป.
เครดิตภาพ : REUTERS



