นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 9/2569 เพื่อติดตามความคืบหน้าการจัดสรรสิทธิและพื้นที่จำหน่ายนมโรงเรียน การทำสัญญา รวมถึงการจัดส่งนมในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2569 ว่า ที่ประชุมได้เร่งพิจารณากรณีข้อพิพาทและคำอุทธรณ์ของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ตลอดจนกรณีผู้ประกอบการบางรายที่ยังมีเอกสารประกอบการพิจารณาคุณสมบัติไม่ครบถ้วน โดยได้กำชับให้คณะกรรมการดำเนินการพิจารณาตามหลักเกณฑ์อย่างรอบคอบ โปร่งใส และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กำหนดกรอบระยะเวลาเร่งรัดการพิจารณาคำอุทธรณ์ที่ค้างอยู่ทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายใน 15–20 วัน เพื่อให้ผู้ประกอบการที่ได้รับสิทธิตัวจริงสามารถเข้าทำสัญญาและดำเนินการจัดส่งนมโรงเรียนต่อจากองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ได้ทันทีภายหลังสิ้นสุดมาตรการชั่วคราว โดยจะเร่งพิจารณากระบวนการอุทธรณ์ในกลุ่มพื้นที่ 1 และ 2 ให้แล้วเสร็จก่อน จากนั้นจึงดำเนินการจัดสรรสิทธิคงเหลือให้แก่ผู้ประกอบการที่ประสงค์ขอรับสิทธิเพิ่มเติมตามลำดับ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาการจัดสรรสิทธิและพื้นที่จำหน่ายนมโรงเรียน โดยเฉพาะสิทธิคงเหลือรวมกว่า 61.892 ตันต่อวัน ซึ่งมอบหมายให้ อ.ส.ค. เข้าดำเนินการจัดส่งนมเป็นการชั่วคราวในพื้นที่ที่ยังอยู่ระหว่างรอการจัดสรรสิทธิ เป็นระยะเวลา 20 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลน และสร้างความมั่นใจว่าเด็กนักเรียนจะได้รับนมดื่มอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แนวทางการจัดซื้อนมโรงเรียนชนิดยูเอชที (UHT) ในช่วง 30 วันแรกของการเปิดภาคเรียน จะดำเนินการตามความสมัครใจและข้อตกลงร่วมกันระหว่างหน่วยจัดซื้อกับผู้ประกอบการ ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการในทุกขั้นตอน เพื่อให้การบริหารจัดการโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เด็กนักเรียนทั่วประเทศได้รับนมที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง



