เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 21 พ.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 เป็นประธานการประชุม ในวาระพิจารณารับทราบรายงานการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.2567 และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า รายงานของ ป.ป.ช. ระบุถึงตัวชี้วัดการไต่สวน โดยเป้าหมาย 2 ปี ทำได้ ร้อยละ 25 จาก ร้อยละ 80 ซึ่งเชื่อว่ามีคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม กรณีซุกหุ้น รวมในสถิติด้วย ซึ่ง ป.ป.ช.ยกข้อกล่าวหา เท่ากับฟอกขาวให้กับนายศักดิ์สยาม อย่างไรก็ดีในประเด็นดังกล่าวพบข้อพิรุธ ทำให้พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภาภายในเดือน พ.ค. นี้ เพื่อให้ตั้งกรรมการไต่สวน ป.ป.ช. อย่างไรก็ดีตนขอความชัดเจนในกรณีที่ ป.ป.ช.ยกข้อกล่าวหาคดีดังกล่าว ว่า ป.ป.ช. ได้ไต่สวนข้อเท็จจริงใดๆ กรณีซุกหุ้นก่อนมีมติยกคำร้องหรือไม่ เพราะตนมีข้อสันนิษฐานว่าไม่มีการไต่สวนเองหรือตั้งกรรมการไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ป.ป.ช. มาตรา 51 และได้ยกคำร้องแบบรวบรัดโดยอาศัย มาตรา 49 ของ พ.ร.ป. ป.ป.ช.

“ขอให้ตอบให้ชัดว่าป.ป.ช.ไต่สวนข้อเท็จจริงหรือไม่ หากไม่ไต่สวน ขอทราบเหตุผล เพราะตามข้อเท็จจริงในกระบวนการพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญชี้ชัดถึงเส้นการเงิน การโอนหุ้น มีความพยายามซุกหุ้น ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่มากเพียงพอให้ไต่สวนได้ ก่อนด่วนสรุปยกคำร้อง ทั้งนี้ในรายละเอียดของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. ควรเข้าถึง” นายพริษฐ์ กล่าว

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ป.ป.ช.ได้ชี้แจงในแถลงการณ์ว่ามี 3 ฐานความผิด โดยมี 2 ฐานยกคำร้อง คือ ยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ การแทรกแซงเอื้อประโยชน์ให้ตัวเอง ส่วนประเด็นจริยธรรมอยู่ในระหว่างดำเนินการ ดังนั้นทำไม ป.ป.ช. จึงจำกัดตรวจสอบเฉพาะ 3 ฐานความผิด ทั้งที่มีข้อกล่าวหาที่ครอบคลุมเรื่องอื่น เช่น การขัดกันแห่งผลประโยชน์ ทั้งนี้ในคำชี้แจงของ เลขาธิการป.ป.ช. ให้ทัศนะผ่านสื่อสาธารณะว่า เมื่อประชาชนวิจารณ์เยอะ คือสังคมป่วย ตนคิดว่าหากมีองค์กรที่ควรทำหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการทุจริต แต่ปกป้องและปกปิดการทุจริตที่จะทำให้สังคมป่วย

ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การทำงานของ ป.ป.ช. ถูกตั้งคำถามจากสังคม ถึงภาพรวมการทุจริตในประเทศลดลงหรือเพิ่มขึ้น แต่จากข่าวและผลสำรวจเห็นชัด ทั้งนี้รายงานของ สตง.ที่อ้างถึงการทำงานของ ป.ป.ช. ระบุว่าการร้องเรียนคดีทุจริตเพิ่มขึ้น แต่คำถามคือ ป.ป.ช.จัดการคดีจบหรือไม่ ทั้งนี้ในรายงานพบว่า ป.ป.ช. มีมติให้ไต่สวนในคดีวางเป้าหมาย 2 ปีต้องสำเร็จ  ร้อยละ 80 แต่รายงานพบว่าทำสำเร็จเพียง ร้อยละ 24.42 ถือว่าต่ำกว่าเป้าหมาย ทั้งนี้ในรายงานพบว่ามีการดำเนินคดีเสร็จสิ้น 348 เรื่อง และยังมีคดีที่ขอต่อเวลาไต่สวนถึง 1,077 เรื่อง แสดงให้เห็นว่าการไต่สวนคงค้างจำนวนมาก ไม่ทำให้แล้วเสร็จ ทั้งนี้ ป.ป.ช. ให้เหตุผลตามรายงาน สตง. ว่ามีข้อติดขัดทางกฎหมาย เรื่องเยอะเกินไป พนักงานไต่สวนให้ความสำคัญกับเรื่องไต่สวนที่จะครบ 3 ปี มากกว่า 2 ปี ถือเป็นเหตุผลที่พิลึก

นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า เรื่องที่ไต่สวนไม่จบ เป็นไปด้วยความสุจริตหรือไม่ เช่น มีเรื่องกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองรายหนึ่ง รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้จากผู้ใด คดีดังกล่าวเข้าสู่ ป.ป.ช. วันที่ 17 ก.ค.2567 ซึ่ง ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดทางอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐรับทรัพย์และประโยชน์อื่นใด ที่คำนวณเป็นเงินได้ แต่ผู้ถูกชี้มูลความผิด ร้องต่อ ป.ป.ช. ให้ทบทวน โดยเดือน ต.ค.2567 มติเสียงข้างมากของ ป.ป.ช. เพื่อให้เป็นธรรม ให้สอบพยานเพิ่มอีก 2 ปาก โดยจากวันนั้น เวลาผ่านจนถึงปัจจุบันไม่มีความคืบหน้าใดๆ จนผู้ร้องต้องไปฟ้องศาลอาญาคดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่าเรื่องดังกล่าวมีความผิดปกติ

“ที่บอกว่าเรื่องเยอะ ไม่ใช่เรื่องนี้ เพราะเรื่องนี้ส่อให้เห็นถึงความผิดปกติที่ถูกวิจารณ์ ซึ่งไม่ทราบว่าเรื่องทำนองนี้มีมากหรือไม่ ถึงขนาดวิจารณ์ว่าขึ้นอยู่เป็นคนของใครด้วยหรือไม่ รอพยาน 2 ปาก เกือบ 2 ปี กับคดีที่มติเสียงข้างมาก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดไปแล้ว ดังนั้นสำนักงาน ป.ป.ช. ต้องให้ความกระจ่างกับสังคม หากป.ป.ช.จัดการทุจริต แต่หากถูกตั้งคำถามสุจริตเสียเอง ประชาชนจะพึ่งใคร”นายสาทิตย์ กล่าว

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอให้ป.ป.ช.นำข้อมูลที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยผลสำรวจการติดสินบนหน่วยงานราชการ มาพิจารณาเพื่อปรับปรุงการแก้ปัญหา ตนไม่มั่นใจว่าสิ่งที่อภิปรายนั้น ไม่แน่ใจว่าเลขาธิการป.ป.ช.จะมองตนเป็นคนป่วยของสังคมหรือไม่ แต่ตนเหมือนคนไทยทั้งประเทศที่ป่วยเป็นโรคเกลียดการโกง อยากให้เชื้อดังกล่าวติดไปถึงเลขาธิการป.ป.ช. และกรรมการป.ป.ช. เพื่อประเทศไทยหายป่วย เลิกถูกเรียกเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย.