สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กดดันคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐ (เอฟซีซี) ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ให้เพิกถอนใบอนุญาตของสถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ รวมถึงเรียกร้องให้วอลต์ ดิสนีย์ ปลด “จิมมี คิมเมล” พิธีกรรายการช่วงดึกของเอบีซี รวมถึงกระตุ้นให้เอ็นบีซีของคอมแคสต์ ปลด “เซธ เมเยอร์ส” พิธีกรรายการ

ทรัมป์เขียนบนทรูธ โซเชียล ว่า การไล่ “สตีเฟน โคลเบิร์ต” ออกจากซีบีเอส เป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบสำหรับพิธีกรรายการโทรทัศน์ช่วงดึก ที่ไร้ความสามารถ นิสัยไม่ดี ได้รับค่าจ้างสูงเกินไป ไม่ตลก และมีเรตติ้งต่ำมาก พร้อมกล่าวอีกว่า พิธีกรคนอื่น ๆ ที่ไร้ความสามารถยิ่งกว่า จะถูกปลดตามมาอีกในไม่ช้า และเขาขอให้พวกเขาทุกคนไปสู่สุคติ!

โคลเบิร์ตเป็นพิธีกรรายการทอล์กโชว์ช่วงดึก ซึ่งเป็นรายการที่มีเรตติ้งสูงสุดมา 11 ฤดูกาล จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้ว ช่องซีบีเอสได้ประกาศยกเลิกรายการ “Late Show” โดยอ้างถึงเหตุผลด้านการเงิน ขณะที่รายการโทรทัศน์ช่วงดึก ซึ่งเป็นประเพณีของอเมริกามาตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1950 กำลังสูญเสียผู้ชมและรายได้จากโฆษณา มาหลายปีแล้ว

ก่อนหน้านี้ ซีบีเอสประกาศในเดือน ก.ค. ว่า ได้ยกเลิกรายการของโคลเบิร์ต เพียงไม่กี่วันหลังบริษัทแม่ตกลงที่จะยุติคดีความที่ทรัมป์ฟ้องร้องเป็นเงิน 16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 523 ล้านบาท) กรณีตัดต่อบทสัมภาษณ์ “60 Minutes” กับอดีตรองประธานาธิบดีกมลา แฮร์ริส

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจยุติรายการทอล์กโชว์ช่วงดึกที่ได้รับความนิยม ได้นำไปสู่ข้อสังเกตว่า พาราเมาต์กำลังเอาใจฝ่ายบริหาร เพื่อขออนุมัติการควบรวมกิจการกับสกายแดนซ์ และถูกวิจารณ์ว่า เป็นความพยายามที่จะปิดปากการเสียดสีทางการเมือง ซึ่งละเมิดเสรีภาพในการพูด ที่ระบุไว้ในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐครั้งที่ 1.

เครดิตภาพ : REUTERS