เมื่อวันที่ 23 พ.ค. พญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และโฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ที่พบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นในประเทศสิงคโปร์ ว่า เป็นเชื้อสายพันธุ์ NB.8.1.1 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ย่อยที่กลายพันธุ์มาจากตระกูล JN.1 ซึ่งก็ยังอยู่ในตระกูลของสายพันธุ์โอไมครอน ขณะนี้ NB.8.1.1 เป็นสายพันธุ์ที่ระบาดทั้งโลกรวมถึงประเทศไทยด้วย โดยในประเทศไทยพบว่าเป็นสายพันธุ์ดังกล่าว 50% อย่างไรก็ตามจำนวนผู้ป่วยโควิดในประเทศไทยก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น ตัวเลขตอนนี้ยังต่ำกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว โดยข้อมูลตั้งแต่ต้นปี 2569 จนถึงวันที่ 22 พ.ค. 2569 มีผู้ป่วยสะสม 3,007 ราย เสียชีวิต 1 ราย เป็นแนวโน้มคงที่ยังไม่มีการเพิ่มขึ้น แต่เราก็ยังคงเฝ้าระวังเพราะเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว

“โควิดสายพันธุ์ NB.8.1.1 นั้น ไม่ได้เพิ่มความรุนแรงมากขึ้น แต่อาจจะมีความสามารถในการแพร่กระจายเชื้อได้มากขึ้น เนื่องจากสามารถหลบหลีกภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น เพราะมีการกลายพันธุ์ในบางตำแหน่งของโปรตีนหนาม แต่ก็ไม่ใช่เชื้อใหม่ เพราะเราเจอมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่ยังไม่ได้มีสถานการณ์เจอชื่อผู้ป่วยเยอะขึ้นแต่อย่างใด แต่ก็ยังต้องเฝ้าระวัง เพียงแต่เราต้องแนะนำว่าพอเริ่มเข้าช่วงฤดูฝน ประชาชนก็จะต้องระวังโรคระบบทางเดินหายใจหลายหลายเชื้อตั้งแต่ โควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ RSV เน้นป้องกันด้วยหน้ากากอนามัย ล้างมือให้สะอาด” พญ.จุไร กล่าว

พญ.จุไร กล่าวต่อว่า ส่วนสถานการณ์ที่สิงคโปร์ และประเทศอื่นๆ เราก็ยังต้องติดตามข้อมูลต่อไปว่า มีอะไรที่น่าจะต้องเตรียมการเพิ่มขึ้นหรือไม่ แต่ขณะนี้มาตรการคือเฝ้าระวังอยู่ ทั้งนี้ที่สิงคโปร์มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจำนวนมากนั้น เข้าใจว่าทางนั้นก็กำลังหาสาเหตุอยู่ ก็ต้องไปดูระบาดวิทยาย้อนหลังของเขาว่า 1-2 ปีของสิงคโปร์นั้นเป็นอย่างไร ซึ่งที่นั่นมีนโยบายการฉีดวัคซีนโควิดให้กับเฉพาะกลุ่มเสี่ยง แต่ไม่ได้แนะนำให้ฉีดในกลุ่มประชาชนทั่วไป ดังนั้นอาจจะมีประชากรบางกลุ่มมีภาวะภูมิคุ้มกันตก ก็ต้องไปวิเคราะห์ว่าในจำนวน ผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นนั้น มีอายุประมาณเท่าไหร่ เพราะมันจะมีช่องว่างภูมิคุ้มกัน ก็อาจจะเป็นจุดให้มีการระบาดขึ้นมาได้ อย่างไรก็ตามสถานการณ์อาการของผู้ป่วยก็ไม่ได้รุนแรงขึ้น แม้จะมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น

เมื่อถามถึงการฉีดวัคซีนโควิดในประเทศไทย ปัจจุบันยังจำเป็นต้องไปฉีดกระตุ้นหรือไม่ พญ.จุไร กล่าวว่า ขณะนี้วัคซีนป้องกัน โควิด-19 ไม่ได้มีการบรรจุเอาไว้ในชุดสิทธิประโยชน์ แต่เป็นรูปแบบของการสมัครใจ ที่ประชาชนต้องมีค่าใช้จ่ายเอง เข้าใจว่าแพลตฟอร์มของวัคซีนที่มีอยู่ปัจจุบันคือ mRNA  ส่วนใหญ่ก็ฉีดในกลุ่มเสี่ยงที่อาจติดเชื้อแล้วอาจจะมีอาการรุนแรงขึ้น

เมื่อถามย้ำว่าขณะนี้เรากำลังจะถือว่าเข้าจุดพีค เนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝนหรือไม่ พญ.จุไร กล่าวว่า ตอนนี้เราแค่เพิ่งเริ่ม จุดพีคจะเริ่มขึ้นช่วงเดือน มิ.ย. และส่วนใหญ่ RSV จะมาก่อนช่วงเดือน มิ.ย., ก.ค. จากนั้นก็จะเป็นเรื่องของไข้หวัดใหญ่ จริงๆ แล้วไข้หวัดใหญ่ก็จะเจอว่ามีการป่วยตลอดทั้งปี ส่วนโควิดก็ระบาดร่วมกันได้ จึงบอกได้ยาก ดังนั้นในช่วงฤดูฝน เราจึงต้องระวังทั้งสามตัวนี้ ยังดีที่ทั้ง 3 โรคนี้มีชุดทดสอบเร็ว ซึ่งหากมีอาการอาจจะไปซื้อชุดทดสอบมาตรวจก่อนก็ได้ หากไม่อยากจะไปโรงพยาบาล หากผลตรวจเป็นบวกแล้วค่อยนำผลตรวจนั้นไปพบแพทย์ทีหลังได้.