สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ว่าสำนักข่าวทาสนิม ซึ่งเป็นหนึ่งในสื่อของทางการอิหร่าน รายงานว่า การยอมผ่อนปรนใด ๆ ของอิหร่าน จะเกิดขึ้นต่อเมื่อสหรัฐทำตามข้อผูกพันก่อนเท่านั้น


ทั้งนี้ บันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ขั้นต้นนี้จะมีผลก็ต่อเมื่อ สหรัฐต้องปลดล็อกทรัพย์สินและเงินทุนของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ในต่างประเทศอย่างน้อย “บางส่วน” ในทันที และต้องเป็นไปในแนวทางที่อิหร่านสามารถเข้าถึงและนำเงินออกมาใช้งานได้จริง ส่วนกลไกและขั้นตอนในการปลดล็อกเงินทุนส่วนที่เหลือ ต้องถูกกำหนดและตกลงกันให้เสร็จสิ้น ในระหว่างกระบวนการเจรจาต่อจากนี้


เกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ อิหร่านกล่าวว่า จำนวนเรือสินค้าที่จะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะกลับคืนสู่ระดับปกติก่อนเกิดสงคราม ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่เอ็มโอยูมีผล แต่เตือนว่า สถานะของช่องแคบฮอร์มุซจะไม่กลับไปเป็นเหมือนช่วงก่อนสงคราม 100% เนื่องจากอิหร่านยังคงเน้นย้ำถึงการใช้ “สิทธิเหนืออธิปไตย” ในการควบคุมดูแลช่องแคบฮอร์มุซ และจะมีการประกาศรายละเอียดให้ทราบต่อไป


ขณะเดียวกัน อิหร่านย้ำว่า สหรัฐจะต้องยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน “อย่างสิ้นเชิง” ภายใน 30 วันแรก หากไม่ยอมปลดล็อกการปิดล้อม ก็จะไม่มีความเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซเช่นกัน และการเปิดทางเรือจะเกิดขึ้นเมื่อสหรัฐปฏิบัติตามข้อตกลงอื่นในเอ็มโอยู “อย่างครบถ้วน” เท่านั้น


นอกจากนี้ อิหร่านยังไม่ได้ตอบรับหรือลงมือปฏิบัติการใด ๆ เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ทั้งสิ้น และย้ำว่า ร่างเอ็มโอยูฉบับนี้ต้องครอบคลุมถึงการยุติความขัดแย้งในเลบานอนด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น การตัดสินใจใดก็ตามในเรื่องนี้ เหนือสิ่งอื่นใด ต้องผ่านการพิจารณาของอยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียก่อน.

เครดิตภาพ : REUTERS