เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 69 โรงแรมทีเค. พาเลซฯ แจ้งวัฒนะ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) สมาชิกสภา กทม. (สก.) นายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา ว่า เป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยสิ่งที่มุ่งเน้นเป็นพิเศษ คือการเตรียมความพร้อมของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เพื่อลดข้อผิดพลาดในการปฏิบัติหน้าที่ให้มากที่สุด ในส่วนของเมืองพัทยา ซึ่งมีจำนวนหน่วยเลือกตั้งไม่มากนัก กกต. ได้คัดเลือกผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีความพร้อม เข้ารับการอบรมอย่างเต็มที่ ขณะที่พื้นที่ กกต.กทม. ซึ่งมีหน่วยเลือกตั้งสูงถึงประมาณ 6,000 หน่วย จะเน้นย้ำไปที่ตัวประธาน กปน. ให้สามารถกำกับดูแลเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ให้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้องเป็นที่ยอมรับ

นายแสวง กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการดึงประชาชน และพรรคการเมืองเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ เนื่องจาก กกต.กทม. มีเจ้าหน้าที่เพียงประมาณ 30 คน ไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง หากประชาชนพบเห็น กปน. ปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้อง สามารถทักท้วงได้ทันที โดย กปน. จะทำการบันทึกเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ และ กกต. จะเข้าตรวจสอบทันที ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง โดยมี กกต. ทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบ เมื่อเกิดเหตุที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย

สำหรับภาพรวมการแข่งขันในพื้นที่ กทม. นายแสวง ระบุว่า ไม่หนักใจเรื่องแรงเสียดทานที่อาจนำไปสู่การทำผิดกฎหมาย เนื่องจากเป็นพื้นที่เมือง แต่อาจจะมีประเด็นเรื่องคำพูดวิพากษ์วิจารณ์อยู่บ้าง ส่วนเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียงยอมรับว่าอาจมีบ้างในชุมชนแออัด ซึ่ง กกต. ได้ส่งเจ้าหน้าที่สอดส่องดูแลอย่างใกล้ชิด แต่โดยรวมเชื่อว่าการแข่งขันของทั้งสองพื้นที่จะเป็นไปอย่างเข้มข้นและไม่มีการกระทำที่เกินเลยขอบเขตกฎหมาย

ส่วนกรณีการรับมือกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่อาจถูกนำมาใช้สร้างภาพเพื่อหาเสียงหรือใส่ร้ายป้ายสีผู้สมัคร นายแสวง กล่าวย้ำว่า การใส่ร้ายป้ายสี ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใด ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย ซึ่ง กกต. จะคอยตรวจสอบอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม มองว่าเทคโนโลยีทางดิจิทัล เป็นสื่อที่เน้นการเผยแพร่ ให้คนเห็นในวงกว้าง ไม่เหมือนการทำผิดกฎหมายประเภทอื่นที่มักแอบทำ ดังนั้นหากมีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริง กกต. จะสามารถตรวจพบ และดำเนินการได้อย่างแน่นอน