เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 69 พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการค่าจ้าง (บอร์ดค่าจ้าง) ชุดที่ 22 ครั้งที่ 5/2569 ซึ่งมีวาระพิจารณาทบทวนอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ 129 สาขา ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการ ให้ใช้อัตราเพิ่มค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงานในสัดส่วน 2.9% เป็นฐานเริ่มต้นสำหรับทุกสาขา โดยมอบหมายให้คณะอนุกรรมการกลับไปทบทวนรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งอัตราค่าจ้างจริงในตลาดแรงงานของแต่ละสาขา ช่วงเวลาการสำรวจข้อมูลค่าจ้าง และทักษะสำคัญเฉพาะของแต่ละวิชาชีพ ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน และสามารถทยอยเสนอผลการพิจารณาเข้าสู่ที่ประชุมตามรอบการประชุมประจำเดือน โดยสาขาใดที่ดำเนินการเสร็จก่อนก็สามารถเสนอพิจารณาได้ทันที
เมื่อถามถึงสภาพเศรษฐกิจที่อาจส่งผลต่อการพิจารณาค่าจ้าง ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ยอมรับว่า หลายปัจจัยยังคงมีผลโดยตรง ทั้งภาวะเงินเฟ้อ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง ตลอดจนต้นทุนพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมและภาคการจ้างงาน
เมื่อถามว่า ฝ่ายนายจ้างได้สะท้อนหรือไม่ว่ายังไม่ควรปรับค่าจ้างในช่วงนี้ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ทุกฝ่ายต้องการให้กลไกต่าง ๆ ดำเนินไปอย่างราบรื่น และลดผลกระทบทั้งต่อนายจ้างและลูกจ้าง โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการรักษาสมดุล เพื่อให้นายจ้างและลูกจ้างสามารถเดินหน้าต่อไปได้ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย
เมื่อถามถึงแนวโน้มการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในปีนี้ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า จะมีการหารืออย่างแน่นอนตามกรอบระยะเวลาปกติในช่วงปลายปี โดยระหว่างนี้ต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและต้นทุนต่างๆ โดยเฉพาะด้านพลังงานที่ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและการดำเนินธุรกิจ และอาจมีสถานการณ์ใหม่เกิดขึ้น เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาอย่างรอบคอบ ขณะที่สถานการณ์การว่างงานยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ และยังไม่ปรับตัวสูงขึ้นจนน่ากังวล แม้อาจได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้าง การปิดกิจการ หรือการชะลอตัวของอุตสาหกรรมใหม่บางส่วน แต่ภาพรวมตลาดแรงงานยังคงมีโอกาส.



