เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 69 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยว่า จากกรณี 89 สว. ออกมาแถลงโต้ปฏิเสธระบอบสีน้ำเงิน อยากชวนสังคมจับตากรณีมีชื่อ สว. 130 คน อยู่ในรายชื่อของสำนวนคณะไต่สวนคณะที่ 26 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีมติให้ส่งเรื่องไปยังศาลและดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ในคดีฮั้ว สว. ประกอบไปด้วย สว. กว่า 130 คน และเครือข่ายพรรคการเมือง ที่มีนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีบางคนรวมกว่า 90 คน ซึ่งสืบเนื่องมาจากการเลือก สว. ปี 2567 และอีก 1 เดือนข้างหน้าคาดว่า จะเป็นจุดตัดสำคัญของคดีดังกล่าว เพราะ กกต. จะต้องตัดสินใจชี้ขาด ว่าจะเลือกทางใด ระหว่างมีมติสอดคล้องกับข้อเสนอของคณะไต่สวนชุดที่ 26 ให้ส่งเรื่องดังกล่าวไปยังศาล ชี้ขาดผู้ที่ถูกกล่าวหา 229 คน หรืออีกทางหนึ่งจะยกคำร้อง ทำให้เรื่องดังกล่าวไปไม่ถึงศาล หรือเรียกกันว่า “เป่าคดี” ชวนสังคมจับตาการตัดสินใจของ กกต. อย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ยืนยันหลักฐานที่อยู่ในมือ กกต. และอยู่ในสำนวนตามที่คณะไต่สวนชุดที่ 26 ได้ทำมา หนักแน่นเพียงพอที่ กกต. ควรมีมติส่งเรื่องที่ศาล หากถึงหลักฐานที่ปรากฏต่อสาธารณะ เรื่องบัตรการเลือกของ สว. ที่เห็นว่ามีการเลือกตัวชุดเดียวกันจำนวนมาก หากคำนวณหลักคณิตศาสตร์ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยธรรมชาติ ปราศจากการฮั้ว หรืออ้างอิงข้อมูลผู้ยื่นคำร้องเคยแสดงไว้ พอจะคาดการณ์ได้ว่าในสำนวนจะมีหลักฐานอื่นด้วย การนัดรวมตัวกัน การเดินทาง รวมถึงหลักฐานเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงิน การว่าจ้างให้มีการลงมติตามโพย เห็นว่าหลักฐานหนักแน่นเพียงพอที่ กกต. ส่งเรื่องที่ศาล
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ กกต. เคยมีมติส่งเรื่องไปที่ศาลแล้ว หลักฐานที่มีในคดีหมายเหตุแดงที่ 53/2568 และสิ่งที่ กกต. มีคือข้อความจากไลน์ไม่กี่ข้อความ ที่มีการขอแลกคะแนนระหว่างบุคคล 2 คน ที่ กกต. เห็นว่าเป็นหลักฐานเพียงพอ ที่จะมีมติส่งเรื่องไปยังศาล และได้พิพากษามาว่าเป็นการกระทำความผิด และเมื่อข้อความในไลน์เคยหนักแน่นเพียงพอที่ กกต. มีมติส่งเรื่องไปที่ศาล แต่ทำไมวันนี้ หลักฐานที่น่าหนักแน่นกว่าจากคณะไต่สวนชุดที่ 26 เหตุใดถึงจะไม่เพียงพอต่อการ กกต. จะส่งเรื่องไปที่ศาล ทั้งหลักฐานเกี่ยวกับโพยหรือเส้นทางทางการเงิน
“หากท้ายที่สุด กกต. มีมติไม่ส่งเรื่องไปที่ศาล ก็ค้านสายตาสังคม ก็ทำให้สังคมอดคิดไม่ได้ว่าเหตุผลที่ กกต. ตัดสินใจเช่นนั้น เพราะว่า 4 จาก 7 กกต. มาดำรงตำแหน่งได้เพราะถูกรับรองโดย สว. ที่อยู่ในสำนวนหรือไม่ ซึ่งไม่ต้องการให้ กกต. ถูกครหาเช่นนั้น โดยคาดหวังจะเห็น กกต. มีมติสองเรื่องดังกล่าว” นายพริษฐ์ กล่าว.



