เมื่อวันที่ 27 พ.ค. นายเสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ สส.กทม.พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ระบอบสีน้ำเงินโตได้ เพราะรัฐธรรมนูญปรปักษ์ประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นรัฐธรรมนูญที่ในระยะยาว ด้วยตัวมันเองเอื้อต่อการเติบโตของพลังฝ่ายอำนาจนิยมที่พยายามรักษาระเบียบทางการเมืองเดิม
รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ ถูกออกแบบภายใต้สิ่งที่ในทางวิชาการเรียกว่า ‘โครงการจำกัดประชาธิปไตย’ ผ่านการเปลี่ยนสถาบันถ่วงดุลเสียงข้างมาก ให้กลายเป็นสถาบันปรปักษ์ประชาธิปไตย ที่ทำงานอย่างน้อยใน 3 เป้าหมายสำคัญ คือ
1) การทำให้พลังฝ่ายประชาธิปไตยอ่อนแอ ผ่านการกดขี่ปราบปรามโดยกฎหมาย อย่างยุบพรรคตัดสิทธิ สร้างข้อจำกัดและชนักจำนวนมาก สิ่งนี้ส่งผลโดยตรงในการลดทอนทรัพยากรบุคคลของฝ่ายก้าวหน้า ให้เหลือตัวเลือกที่ยังคงมีความนิยมน้อยลงในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง คล้ายการบอนไซให้ค่อย ๆ แคระแกร็นลง
2) การจำกัดโครงการทางการเมืองที่ต้องการจะปฏิรูปทางการเมือง-เศรษฐกิจขนาดใหญ่ ให้เป็นไปไม่ได้ ผ่านการจำกัดโดยกฎหมาย ศาลรัฐธรรมนูญ และเงื่อนไข สว. ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผลคือรัฐบาลฝ่ายก้าวหน้าที่ขึ้นมา ล้วนยากจะทำนโยบายขนาดใหญ่ได้สำเร็จ เช่น หลายนโยบายที่ดีมากของรัฐบาลเพื่อไทยก่อนหน้านี้ ก็ตกอยู่ใต้ข้อจำกัดดังกล่าวเช่นกัน
3) การกำหนดเป้าหมายการดำรงอยู่ขององค์กรอิสระ ทั้ง กกต. ป.ป.ช. สตง. ให้ต้องภักดีต่อฝ่ายระเบียบการเมืองเดิม ผ่านที่มาที่ล้วนยึดโยงกับ สว. ส่งผลให้พลังฝ่ายอำนาจนิยมและฝ่ายรักษาระเบียบทางการเมืองเดิม ซึ่งควบคุม สว. ได้ สามารถควบคุมการเลือกตั้งผ่าน กกต. และคุมทิศทางการตรวจสอบ ผ่านองค์กรอิสระได้
นายเสกสิทธิ์ ระบุต่อว่า ถึงแม้ว่าผมจะไม่เห็นด้วยเลย กับการตัดสินใจโหวตให้พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลก่อนหน้านี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการตัดสินใจของพรรคประชาชน วางอยู่บนข้อวิเคราะห์ทางการเมืองว่า พรรคภูมิใจไทยเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ต้องอาศัยความเห็นชอบของ สว. เป็นไปได้ ผ่านอิทธิพลที่ภูมิใจไทยมี
การค่อย ๆ ขึ้นมาของภูมิใจไทย กระทั่งกลายมาเป็นหนึ่งในตัวแสดงสำคัญ ในการกำหนดทิศทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผ่านการส่งอิทธิพลต่อกลไก สว. ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจโหวตของพรรคประชาชนในขณะนั้น จึงเป็นไปไม่ได้เลยหากปราศจากเงื่อนไขอย่าง โครงการจำกัดประชาธิปไตยในรัฐธรรมนูญปัจจุบัน



