สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ว่า เซเลนสกีระบุในจดหมายถึงทรัมป์และสภาคองเกรส ร้องขอความช่วยเหลือในการปกป้องน่านฟ้าของยูเครนจากขีปนาวุธของรัสเซีย ซึ่งรัฐบาลเคียฟเสนอไปแล้วว่า ยูเครนพร้อมที่จะซื้อระบบป้องกันภัยทางอากาศ “แพทริออต” และขีปนาวุธสกัดกั้นในจำนวนที่ต้องการ

ทั้งนี้ ยูเครนมีวิธีการเดียวที่จะยิงสกัดขีปนาวุธของรัสเซียได้ คือ ขีปนาวุธสกัดกั้นที่ผลิตโดยสหรัฐ สำหรับระบบแพทริออต ซึ่งตลอดช่วงสงคราม 4 ปี รัฐบาลเคียฟขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้น แต่สงครามในอิหร่านมีแนวโน้มที่จะทำให้ทรัพยากรไม่เพียงพอมากขึ้น

นับตั้งแต่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยที่สอง ยูเครนได้ซื้อขีปนาวุธแพทริออตผ่านโครงการริเริ่ม “รายการความต้องการเร่งด่วนของยูเครน” (พียูอาร์แอล) ขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจากพันธมิตรในยุโรป

“แต่ในปัจจุบัน ความเร็วในการส่งมอบผ่านโครงการพียูอาร์แอล ไม่ตามทันกับความเป็นจริงของภัยคุกคามที่เราเผชิญอยู่ ซึ่งสำหรับเรา และสำหรับประเทศที่กำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอด มันแทบไม่มีอะไรเจ็บปวดไปกว่าการเห็นระบบแพทริออตที่ไม่มีขีปนาวุธบรรจุอยู่” เซเลนสกี ระบุเพิ่มเติมในจดหมาย

อนึ่ง เซเลนสกีกล่าวในแถลงการณ์ผ่านคลิปวิดีโอช่วงกลางคืนว่า สถานการณ์ปัจจุบันจำเป็นต้องมีการดำเนินการที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และเป็นสิ่งสำคัญที่สหรัฐต้องรับฟังยูเครน เนื่องจากการรับประกันการปกป้องยูเครนจากขีปนาวุธของรัสเซีย มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเจรจาสันติภาพ.

เครดิตภาพ : REUTERS