สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ว่า รายงานประจำปี ซึ่งให้ข้อมูลการพยากรณ์อุณหภูมิและปริมาณน้ำฝนในระดับภูมิภาค คาดการณ์ว่าอุณหภูมิใกล้พื้นผิวเฉลี่ยทั่วโลกประจำปี จะอยู่ที่ระหว่าง 1.3-1.9 องศาเซลเซียส เหนือกว่าช่วงก่อนอุตสาหกรรมระหว่างปี 2393-2443

“มันมีหลักฐานที่ชัดเจนมากว่า สภาพอากาศกำลังร้อนขึ้น และอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นางเมลิสซา ซีบรูค นักวิทยาศาสตร์วิจัยจากเดอะ เมต กล่าว

รายงานระบุว่ามีแนวโน้มอย่างมากที่อุณหภูมิใกล้พื้นผิวเฉลี่ยทั่วโลก จะสูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส เหนือระดับเฉลี่ยในช่วงปี 2393-2443 เป็นเวลาชั่วคราวอย่างน้อยหนึ่งปี ระหว่างปี 2569-2573

นอกจากนี้ รายงานยังคาดการณ์ว่าจะมีช่วงเวลาหนึ่งปี ระหว่างปี 2569-2573 ที่อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกจะสูงกว่าปีที่ร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ นั่นคือปี 2567 ซึ่งเป็นปีที่อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกสูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส เหนือระดับยุคก่อนอุตสาหกรรมเป็นครั้งแรก

อนึ่ง รายงานระบุว่า อุณหภูมิในฤดูหนาวแถบอาร์กติก บริเวณซีกโลกเหนือ ในช่วง 5 ปีข้างหน้า คาดว่าจะสูงขึ้นมากกว่าสามเท่าครึ่งของอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลก โดยจะสูงกว่าระดับพื้นฐานในปี 2534-2563 ประมาณ 2.8 องศาเซลเซียส

ด้านซีบรูคกล่าวว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้นในแถบอาร์กติก อาจส่งผลกระทบต่อระบบสภาพอากาศ และทำให้เกิดเหตุการณ์สภาพอากาศที่รุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ทางเหนือของโลก.

เครดิตภาพ : REUTERS