นายภาณุ มหัทธโนบล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท พรีเซิร์ฟ ฟู้ด สเปเชียลตี้ จำกัด เปิดเผยว่า การเข้าร่วมงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 ในครั้งนี้ PFS ได้นำเสนอแนวคิด “เทคโนโลยีอาหาร คือ รากฐานแห่งอนาคต” หรือ Food Technology as the Foundation of the Future ผ่านการออกแบบพาวิลเลียนภายใต้คอนเซ็ปต์ “Root to the Future” ด้วยความเชื่อว่า อนาคตของอุตสาหกรรมอาหาร ต้องเริ่มต้นจากการสร้าง “รากฐาน” ที่แข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศอาหาร ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ กระบวนการผลิต เทคโนโลยีการแปรรูป มาตรฐานความปลอดภัย ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่ตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งด้านสุขภาพ ความสะดวก และความยั่งยืน

“แนวคิดดังกล่าว ยังสะท้อนบทบาทของ PFS ในฐานะผู้ร่วมขับเคลื่อนอนาคตอุตสาหกรรมอาหาร ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการผลิตอาหารแปรรูปคุณภาพสูงเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม องค์ความรู้ และความร่วมมือในทุกมิติ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อร่วมสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมอาหาร ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค เทรนด์ด้านสุขภาพ และความต้องการด้าน Food Security ที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก คอนเซ็ปต์ Root to the Future จึงไม่ใช่เพียงแนวทางการจัดแสดงภายในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 เท่านั้น แต่ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ของ PFS ที่เชื่อว่า การสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมในวันนี้ จะเป็นพลังสำคัญในการสร้างอนาคตใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอาหารโลกในวันข้างหน้า”

ภายในพาวิลเลียน Root to the Future นั้น PFS ได้นำเสนอบทบาทการเป็นผู้นำด้าน Food Technology ผ่านการออกแบบพื้นที่จัดแสดงที่สะท้อนถึงรากฐานความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมอันแข็งแกร่งขององค์กร ซึ่งได้ต่อยอดสู่ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และโซลูชันด้านอาหาร ครอบคลุมทั้งด้านวัตถุดิบ การแปรรูป และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบต่างๆ อาทิ Freeze Dry การทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง, Spray Dry การทำแห้งแบบพ่นฝอย, Air Dry การอบแห้งแบบลมร้อน, Frozen การแช่เยือกแข็ง, Extraction การสกัดเข้มข้น รวมถึง IQF Frozen การแช่เยือกแข็งอย่างรวดเร็ว เป็นต้น เพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ครอบคลุมทั้งกลุ่ม Beverage, Dessert & Bakery ตลอดจนผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคต

นอกจากนี้ PFS ยังได้นำเสนอองค์ความรู้ด้าน Future Food เทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ และแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้จริง ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการแปรรูปสมัยใหม่ วิทยาศาสตร์อาหาร และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและโอกาสใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต

นอกจากการนำเสนอนวัตกรรมและโซลูชันสำหรับผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มแล้ว PFS ยังได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Health & Well-being จากแบรนด์ต่างๆ ในเครือ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ซึ่งมองหาความอร่อยควบคู่กับสุขภาพและความสะดวกสบายในการบริโภค อาทิ Dreamy Mix ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสำเร็จรูป ที่มีทั้ง Dreamy Milk Tea รสชาติใหม่ “ชานมรสเผือก” ที่โดดเด่นด้วยความหอมละมุนของเผือก ผสานรสสัมผัสเข้มข้นสไตล์ชานมพรีเมียม ตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มองหาเครื่องดื่มรสชาติใหม่ๆ และสามารถต่อยอดเป็นเมนูคาเฟ่ได้หลากหลาย รวมถึง Dreamy Bubble Milk Tea และ Dreamy Fruit Tea ชาผลไม้ปรุงสำเร็จที่โดดเด่นเรื่องความสะดวก เพียงชงในน้ำเย็น ก็พร้อมดื่มได้ทันที มีให้เลือกถึง 5 รสชาติ ได้แก่ แอปเปิ้ล,           ส้มยูซุ, พีช, น้ำผึ้งมะนาว และมิกซ์เบอร์รี

ขณะที่ Dreamy Natural กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีสเปรย์ดราย สำหรับกลุ่มผู้บริโภค Health-Conscious ได้นำเสนอเครื่องดื่มแพลนต์เบส (Plant-based) โปรตีนผสมโอ๊ตและไข่ผำ ซูเปอร์ฟู้ดทางเลือกแห่งอนาคตที่กำลังได้รับความสนใจในระดับสากล ด้วยจุดเด่นด้านคุณค่าทางโภชนาการ โปรตีนจากพืช และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สะท้อนแนวคิด Future Food ที่ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพและความยั่งยืน

ด้าน Bite Me ผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตสมูทตี้อบกรอบ ด้วยกระบวนการ Freeze Dry ที่ช่วยคงรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ ได้เปิดตัวสูตรใหม่ “Collagen” ที่ผสานแนวคิด Beauty & Wellness เข้ากับของว่างเพื่อสุขภาพ ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน พร้อมมีหลากหลายสูตรให้เลือก ทั้ง Vitamin C, Vitamin E และ Apple

รวมทั้งยังได้นำเสนออีกหลากหลายผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่เกิดจากการต่อยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอาหาร และรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งจุดเด่นภายในพาวิลเลียนของ PFS คือโซน Experience & Tasting Bar พื้นที่แห่งการสร้างประสบการณ์ด้านรสชาติและนวัตกรรมอาหาร ผ่านเมนูเครื่องดื่มที่รังสรรค์โดยบาริสต้ามืออาชีพ จากผลิตภัณฑ์คุณภาพภายใต้แบรนด์ Dreamy ทั้งครีมเทียม มิลค์กี้ครีม วิปปิ้งครีม ครีมชีส และเมล็ดกาแฟ เพื่อสะท้อนแนวคิดการต่อยอด Food Innovation สู่ประสบการณ์การบริโภคจริงในชีวิตประจำวัน พร้อมสร้างบรรยากาศแห่งการต้อนรับและการมีส่วนร่วมให้กับผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลก

ขณะที่บริเวณชั้น 2 ของพาวิลเลียน ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่สำหรับการเจรจาธุรกิจ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือในรูปแบบ OEM Business Lounge รองรับผู้ประกอบการ นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจจากทั่วโลก เพื่อเปิดโอกาสในการพบปะ แลกเปลี่ยนมุมมอง และต่อยอดความร่วมมือด้านต่างๆ โดยงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 ถือเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายอุตสาหกรรมอาหารระดับนานาชาติ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุมทั้งผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย นักลงทุน และผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ซึ่ง PFS มุ่งหวังที่จะขยายโอกาสทางธุรกิจ สร้างความร่วมมือใหม่ และผลักดันศักยภาพของอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่เวทีโลก