เมื่อวันที่ 31 พ.ค. น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์  รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า  รัฐบาลย้ำเตือนประชาชนชาวพุทธศาสนิกชนระมัดระวังภัยกลลวงของมิจฉาชีพที่อาศัยวันสำคัญทางศาสนาหลอกลวงให้สูญเสียเงินและข้อมูลส่วนตัว ขอให้ระมัดระวังการกดลิงก์จากข้อความ SMS หรือ URL เว็บไซต์ที่ส่งเข้ามาผ่านอีเมลหรือช่องทางออนไลน์ แอบอ้างให้หลอกให้ทำบุญในรูปแบบต่าง ๆ เพราะอาจเป็นลิงก์ปลอมที่ส่งผลให้เงินของประชาชนหายไปจากบัญชีโดยไม่รู้ตัวและอาจถูกมิจฉาชีพขโมยข้อมูลส่วนบุคคลอีกด้วย

น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า สำหรับข้อควรระวัง มีดังนี้ 1. ขอให้หลีกเลี่ยงเว็บไซต์เวียนเทียนออนไลน์ที่ให้ใส่ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เลขประจำตัวประชาชน เลขบัญชี หรือมีการส่งเลข OTP ให้เพื่อใช้กรอกข้อมูล เนื่องจากการเวียนเทียนออนไลน์ไม่จำเป็นต้องกรอกข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านี้ 2. หลีกเลี่ยงการกดลิงก์จากเบอร์แปลกปลอมที่ส่ง SMS ชวนเวียนเทียนออนไลน์ เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่ามีมิจฉาชีพฉวยโอกาสช่วงเทศกาลต่างๆ ในการส่ง SMS พร้อมแนบลิงก์ให้กด และเมื่อใครเผลอกดเข้าไป ก็อาจถูกดูดเงินจากบัญชีธนาคารจนหมด และ 3. หลีกเลี่ยงการติดตั้งแอปพลิเคชันที่แปลกปลอมที่แอบอ้างเป็นการเวียนเทียนหรือให้ทำบุญออนไลน์ เนื่องจากอาจเป็นกลลวงของมิจฉาชีพที่หลอกให้ติดตั้งเพราะอาจเป็นแอปพลิเคชันที่มิจฉาชีพสามารถใช้ระบบการควบคุมระยะไกลเพื่อดูดเงินออกจากบัญชีของผู้บริโภค

น.ส.พลอยทะเล กล่าวต่อว่า ในช่วงหยุดเทศกาลวันวิสาขบูชา รัฐบาลสั่งการกรมการค้าภายในเพิ่มความเข้มงวดในการติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและกำกับดูแลการจำหน่ายสินค้าให้เป็นธรรม เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาชุดสังฆทาน หรือจำหน่ายสินค้าไม่ตรงตามรายละเอียดที่แจ้งไว้ โดยภาพรวมราคาจำหน่ายยังคงทรงตัว ไม่พบการปรับขึ้นราคา เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงวันมาฆบูชาเดือนมีนาคม 2569  ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นผู้ประกอบการไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้า หรือจำหน่ายในราคาสูงเกินสมควร หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการซื้อสินค้าและบริการ สามารถร้องเรียนสายด่วน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด โดยกรณีไม่แสดงราคาสินค้าหรือบริการ มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และกรณีจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควร กักตุนสินค้า หรือปฏิเสธการจำหน่าย มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

น.ส.พลอยทะเล กล่าวด้วยว่า จากการประเมินของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่าพฤติกรรมการใช้จ่ายช่วงวันวิสาขบูชา ปี 2569  บรรยากาศจะคึกคักกว่าปี 2568 และเงินสะพัดขยายตัวกว่า 5% หรือมีมูลค่าใช้จ่าย 4,000-4,500 ล้านบาท เนื่องจากปัจจัยสนับสนุนจาก 1. วันหยุดต่อเนื่อง ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 30 พ.ค.ถึงวันที่ 3 มิ.ย. 2569 2. ความรู้สึกผ่อนคลายจากราคาน้ำมันและสถานการณ์ในตะวันออกกลาง 3. เริ่มมาตรการกระตุ้นใช้จ่ายผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส 4. เป็นประเพณีนิยมทางศาสนาของไทย ที่จะมีครอบครัวพากันออกมาทำบุญตามวัด และรับประทานอาหารนอกบ้าน.