วานนี้ (1 มิ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การเลือกตั้งรอบคัดเลือกเพื่อชิงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียในสัปดาห์นี้ มีความเคลื่อนไหวที่สร้างความฮือฮาและสีสันให้กับการเมืองท้องถิ่นเป็นอย่างมาก เมื่อปรากฏชื่อของ “บารัค ดี. โอบามา ชอว์” เป็นหนึ่งในผู้สมัครจำนวนกว่า 60 คน
จากการตรวจสอบข้อมูลในเว็บไซต์หาเสียงพบว่า ชายคนนี้ได้เปลี่ยนชื่ออย่างถูกต้องตามกฎหมายจากเดิมคือ เซซิล ชอว์ ที่สาม ตั้งแต่เมื่อสิบกว่าปีก่อน ในระหว่างที่เขาปฏิบัติหน้าที่ในกองหนุนกองทัพบกสหรัฐ ช่วงปี 2551-2559
โอบามา ชอว์ เผยความในใจกับสื่อท้องถิ่นอย่าง สเปกตรัม นิวส์ ว่า ในอดีต ยามที่เขาต้องยืนตรงทำความเคารพ โดยมีรูปภาพของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา แขวนอยู่บนฝาผนัง เขาจะรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่ง เพราะอดีตผู้นำท่านนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าคนธรรมดาแบบเขาก็สามารถก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีได้


อดีตประธานาธิบดีโอบามา ยังเป็นผู้จุดประกายความหวังในแบบที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน ซึ่งนั่นกลายเป็นแรงผลักดันให้เขาตัดสินใจเปลี่ยนชื่อ เพื่อส่งต่อความหวังในลักษณะเดียวกันนี้แก่ผู้คนในปัจจุบัน
นอกจากบทบาททางการเมืองแล้ว โอบามา ชอว์ ยังเป็นสมาชิกที่ทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนอย่างแข็งขันในฐานะพิธีกรรายการโทรทัศน์ท้องถิ่นและเป็นครูสอนดนตรีให้เด็กๆ โดยเขาได้รับพรสวรรค์ทางดนตรีมาจากปู่ของเขา ซึ่งเป็นศิลปินเพลงกอสเปลชื่อดังที่มีการกล่าวถึงในหนังสืออัตชีวประวัติและภาพยนตร์ชีวประวัติของ เรย์ ชาร์ลส์ ศิลปินเพลงผู้พิการทางสายตาระดับตำนานอีกด้วย
เขาเล่าว่าการได้คลุกคลีและช่วยเหลือชุมชนในเมืองอาลาเมดามาโดยตลอด คือแรงบันดาลใจหลักที่ทำให้เขาตัดสินใจลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐในครั้งนี้ พร้อมชูนโยบายหลักในการแก้ปัญหาวิกฤติคนไร้บ้าน การสร้างที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น และการตัดลดงบประมาณรายจ่ายที่ไม่จำเป็นของรัฐ
แม้ว่าผลสำรวจคะแนนนิยมล่าสุดจะชี้ว่า โอบามา ชอว์ ยังมีคะแนนตามหลังผู้สมัครแถวหน้าคนอื่นๆ อยู่มาก ไม่ว่าจะเป็น ทอม สเตเยอร์ มหาเศรษฐีนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม หรือ ฮาเวียร์ เบเซร์รา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ของสหรัฐ ซึ่งกำลังมีคะแนนนำในกลุ่มผู้สมัคร แต่ผู้สมัครจากเมืองอาลาเมดารายนี้ ก็ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าเขาตั้งใจจะใช้ชื่อโอบามานี้ขับเคลื่อนทางการเมืองต่อไปในระยะยาว
“บารัค โอบามา คือซูเปอร์ฮีโร่ ส่วนผมก็คือคนที่สวมชุดของเขา นั่นแหละคือตัวผม” โอบามา ชอว์ กล่าวกับสำนักข่าวสเปกตรัม นิวส์ “ผมคือคนทีได้สิทธิพิเศษให้เป็นผู้แบกรับและชูธงนำแนวคิดนั้นต่อไป”
สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ จะดำเนินไปภายใต้กฎ “จังเกิล ไพรมารี” อันเป็นเอกลักษณ์ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งกำหนดให้ผู้สมัครที่ได้คะแนนสูงสุด 2 อันดับแรกจากผู้สมัครทั้งหมด โดยไม่สนใจว่าจะมีสังกัดพรรคการเมืองใด จะเป็นผู้ที่ได้ผ่านเข้าไปชิงเก้าอี้ผู้ว่าการรัฐในการเลือกตั้งทั่วไปรอบสุดท้ายที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้
ที่มา : usatoday.com
เครดิตภาพ : Instagram / barack4california, pricelesspolitics.com



