จนถึงวันที่ 7 มิ.ย. สถานการณ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกในประเทศไทยยังคงไม่ชัดเจนแบบ 100% ว่าคนไทยจะได้ดูหรือไม่ แต่ชัดเจนว่าเหลือ JAS เพียงเจ้าเดียวที่สนใจซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก และแม้มีการโพสต์ภาพเป็นปริศนาก็ยังถูกตีความไปต่างๆ นานา

ปัญหาเดียวคือราคาที่ฟีฟ่าเรียกร้อง 1,300 ล้านบาท ในขณะที่ JAS พร้อมจ่ายแค่ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือตีกลมๆ ไม่เกิน 500 ล้านบาท
ในขณะที่เหลือเวลาอีกเพียง 4 วันก่อนนัดเปิดสนามจะเริ่มคิกออฟ มันจึงกลายเป็นเกมวัดใจว่าศึกต่อรองราคาหนนี้จะได้ข้อสรุปแบบไหน
แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น “กีฬาเดลินิวส์” ได้พยายามรวบรวมค่าลิขสิทธิ์ของแต่ประเทศเท่าที่หาได้มาฝากกัน
ฟีฟ่า คาดการณ์ว่ารายได้จากลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 127,000 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ ซึ่งกวาดไป 111,000 ล้านบาท
ปัจจัยหลักที่ราคาสูงขึ้นเป็นผลจากขยายการแข่งขันจาก 32 ทีมเป็น 48 ทีม เพิ่มจำนวนแมตช์ทั้งหมดจาก 64 เป็น 104 แมตช์ และแต่ละประเทศราคาไม่เท่ากัน
ถ้าแบ่งตามรายทวีป
ยุโรป มีมูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ ลำพังสหราชอาณาจักรเพียงประเทศเดียวก็มากถึง 350 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วน 38% ของทั้งโลก
เอเชียและโอเชียเนีย มีมูลค่ารวมกันประมาณ 720 ล้านดอลลาร์
อเมริกาเหนือ คาดว่าจะสร้างรายได้ให้ฟีฟ่ามากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์
อเมริกาใต้และแอฟริกา มีมูลค่าประมาณ 360 ล้านดอลลาร์และ 200 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ
ทีนี้เมื่อแบ่งตามประเทศ Fox Sports เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ภาษาอังกฤษ และ Telemundo ได้สิทธิในตลาดฮิสปานิค (พูดสเปน) มูลค่ารวมกันราว 37,200 ล้านบาท ทำให้สหรัฐเป็นประเทศที่จ่ายสูงที่สุด
The BBC and ITV ของอังกฤษ มูลค่า 11,450 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งฟรีทีวี, วิทยุ, เสียง และ สตรีมมิ่ง
ฝรั่งเศส เป็นสิทธิของ M6 มูลค่า 4,900 ล้านบาท
เยอรมนี Deutsche Telekom ถือครองลิขสิทธิ์หลัก 3,900 ล้านบาท
ส่วนของทวีปเอเชีย
เกาหลีใต้ JTBC ได้ไปในราคา 4,000 ล้านบาท
จีน นำโดยสถานีของรัฐ CCTV ต่อรองได้เหลือ 1,960 ล้านบาท จากที่ตอนแรกเคยโดนโก่งราคาถึง 9,800 ล้านบาท
เช่นเดียวกับ อินเดีย ตัวเลขไม่ชัดเจน แต่อยู่ระหว่าง 1,300-1,960 ล้านบาท นี่ก็ได้ลดราคาจากที่ฟีฟ่าเคยตั้งราคาแรกถึง 3,200 ล้านบาท
มาเลเซีย ตกลงจ่ายไป 1,100 ล้านบาท มาจากเงินภาครัฐส่วนหนึ่งบวกกับเงินของเอกชน
เวียดนาม เป็นลิขสิทธิ์ของ VTV ได้ในราคา 490 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาใกล้เคียงกับบอลโลก 2022 และถูกเกินครึ่งเมื่อเทียบกับมาเลเซีย
สำหรับประเทศไทย ครั้งที่แล้ว ยังอยู่ในกฎมัสต์แฮฟ ประเทศไทยจ่ายให้ฟีฟ่า 33 ล้านดอลลาร์ (หรือราว 1,400 ล้านบาท ในเวลานั้น แต่ถ้าใช้อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันคือราว 1,080 ล้านบาท)
นั่นจึงอาจเป็นเหตุที่ทำให้ฟีฟ่าใช้ราคาเก่าเป็นบรรทัดฐานในการคิดราคาครั้งนี้ และทำให้ยังไม่ทราบผลการต่อรองที่ชัดเจนจนถึงปัจจุบัน.



