น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ตอบกระทู้ถามสดของที่ประชุมวุฒิสภา เรื่อง “ความโปร่งใสและความคุ้มค่าของโครงการ ไทย-เอไอ พาสปอร์ต (TH-AI Passport) ว่า โครงการ ไทย-เอไอ พาสปอร์ต แม้จะถูกมองว่าเป็นโครงการเร่งด่วน แต่กระบวนการทั้งหมดดำเนินการตามขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐตามปกติ พร้อมยืนยันว่าเป้าหมายของโครงการ คือ การเปิดโอกาสให้คนไทยอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปเข้าถึงเทคโนโลยี เอไอ อย่างทั่วถึง โดยเป็นโครงการนำร่อง เพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้การใช้งาน เอไอ อย่างเป็นระบบ โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไปและภาคธุรกิจ รวมถึงข้าราชการ ซึ่งจะสามารถลงทะเบียนผ่านระบบ ไทย ไอดี  ได้ทั่วประเทศ

ในส่วนกรณีเรื่องการประชาสัมพันธ์ผ่านร้านสะดวกซื้อนั้น ถือเป็นช่องทางที่เข้าถึงประชาชนจำนวนมาก ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงแค่ช่องทางเดียวเท่านั้น เนื่องจากโครงการนี้ยังมีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์อื่นๆ ทั้งสื่อออนไลน์ และโซเชียลมีเดียต่างๆ เพื่อให้สามารถสร้างการรับรู้โครงการได้อย่างทั่วถึง ขณะที่การเปิดประมูลและจัดทำทีโออาร์ ก็เป็นไปตามระเบียบราชการ โดยพร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด

ทั้งนี้ กระทรวงดีอี เตรียมเปิดเวที ไทย-เอไอ พาสปอร์ต ฟอร์รั่ม เพื่อระดมรับฟัง-แลกเปลี่ยนความคิดเห็นโครงการนี้ ในวันพฤหัสบดีที่ 11 มิ.ย. 69 ตั้งแต่เวลา 09.00–12.00 น. ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 2 กระทรวงดีอี (อาคารซี) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ภายในงานจะมีการจัดกิจกรรมระดมความคิดเห็น นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี จากภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนทั่วไป และผู้ที่สนใจ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง และแนวทางการพัฒนา เพื่อรวบรวมข้อมูลนำมาปรับปรุงและขยายผลใน “โครงการ TH-AI Passport” โดยมีนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี เป็นประธาน ร่วมด้วยนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด และผู้ที่เกี่ยวข้อง

น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าวถึงประเด็นเรื่องมาตรการปิดกั้นคลิปลามกอนาจารและเว็บพนันออนไลน์ ว่า กระทรวงดีอีได้ติดตามและเฝ้าระวังปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการปิดกั้นยูอาร์แอลที่เกี่ยวข้องกับสื่อลามกอนาจารแล้วกว่า 20,000 รายการ พร้อมประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ กระทรวงยังมีแนวทางการนำเอไอ เข้ามาช่วยตรวจจับและบริหารจัดการเนื้อหาผิดกฎหมาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองประชาชน และได้เตรียมการเร่งรัดการปรับปรุงกฎหมายด้านดิจิทัลหลายฉบับที่จำเป็น เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกออนไลน์ ซึ่งขณะนี้ได้ร่วมมือกับ สำนักงาน กสทช. เพื่อยกระดับมาตรการกำกับดูแลให้เข้มงวดมากขึ้น

ด้านประเด็นการคืนเงินความเสียหายจากคดีออนไลน์กว่า 20,000 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างเร่งรัดดำเนินการ และคาดว่าจะสามารถคืนเงินให้ผู้เสียหายได้ภายในเดือนสิงหาคม 2569 หลังจากมีการเร่งรัดกระบวนการทางกฎหมายและกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 นี้

“สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้าง “ความยุติธรรมที่เท่าเทียม” ให้ประชาชน โดยกระทรวงดีอี เร่งรัดติดตามและผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์โลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา” รมช.ดีอี กล่าว