ในโอกาสครบรอบ 10 ปี ของการจัดงาน Thai Water Expo อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมพิเศษ “Thai Water Expo 2026 Exclusive Lunch Talk” ภายใต้หัวข้อ Navigating Thailand’s Water Future: Global Perspective & Strategic Investment Briefing โดยรวบรวมผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรระหว่างประเทศ ภาควิชาการ และภาคอุตสาหกรรม มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย ท่ามกลางความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การขยายตัวของเมือง การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นในภาคเศรษฐกิจต่าง ๆ

**ไทยศูนย์กลางจัดการน้ำ

เมลินดา กู๊ด ผู้อำนวยการฝ่ายธนาคารโลก (World Bank) ประเทศไทยและเมียนมาร์ กล่าวว่า ปัจจุบัน “น้ำ” ไม่ได้เป็นเพียงทรัพยากรพื้นฐานสำหรับการดำรงชีวิต แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความสามารถในการแข่งขัน และความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่กำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง และความผันผวนของทรัพยากรน้ำ การบริหารจัดการน้ำในอนาคตจึงต้องอาศัยการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ การลงทุนอย่างต่อเนื่อง และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่น

World Bank มองว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการก้าวสู่ศูนย์กลางด้านการบริหารจัดการน้ำและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภูมิภาค จากความพร้อมด้านนโยบาย ภาคอุตสาหกรรม และบุคลากรที่มีศักยภาพ ขณะเดียวกัน ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน และผู้พัฒนาเทคโนโลยี จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ Thai Water Expo 2026 ถือเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก ได้แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และร่วมกำหนดทิศทางอนาคตด้านน้ำของภูมิภาค

ธนาคารโลกได้ร่วมมือกับรัฐบาลไทยยกระดับความสำคัญของประเด็นนี้ผ่านการกำหนดให้ “น้ำ” เป็นหนึ่งในธีมหลักของการประชุมประจำปี World Bank Group และ IMF ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ

**ยุทธศาสตร์จัดการน้ำของธนาคารโลก

ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า “Water Forward” ธนาคารโลกมุ่งเน้นการจัดการทรัพยากรน้ำให้สอดคล้องกับทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการส่งเสริมการลงทุน โดยมุ่งแก้ปัญหาความท้าทายสามประการที่เชื่อมโยงกัน คือ ภาวะน้ำท่วม ภัยแล้ง และปัญหามลพิษทางน้ำ การบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน 5 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่ไทยมีศักยภาพทางการแข่งขัน โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจเกษตรแปรรูป และการผลิตขั้นสูงที่ต้องอาศัยระบบโลจิสติกส์โซ่อุปทานที่มีความเสถียร นอกจากนี้ น้ำยังมีบทบาทสำคัญในภาคพลังงานและเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การใช้ในระบบระบายความร้อนของศูนย์ข้อมูล (Data Centers) ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงความมั่นคงทางอาหารและเสถียรภาพของการลงทุนโดยรวม

“ประเทศไทยยังมีจุดแข็งและโอกาสที่สำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศ (FDI) ผ่านฐานการเกษตรที่แข็งแกร่ง และการเป็นศูนย์กลางการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Manufacturing) ซึ่งไทยมีความเป็นผู้นำในภูมิภาค ผนวกกับการมีโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบชลประทานที่มีอยู่เดิมซึ่งถือเป็นต้นทุนที่ดีในการต่อยอดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและเสริมสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน”

**ยกระดับบริหารน้ำให้สอดคล้องกับความท้าทาย

ชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า ความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำเป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิต โดยประเทศไทยจำเป็นต้องยกระดับการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับความท้าทายใหม่ ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การขยายตัวของเมือง ภาคอุตสาหกรรม และความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สทนช. จึงมุ่งขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ ภายใต้แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงนโยบาย ข้อมูล เทคโนโลยี และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ

**เศรษฐกิจน้ำอัจฉริยะ

รศ.ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจาก Climate Change การบริหารจัดการน้ำไม่สามารถพึ่งพาเพียงเทคโนโลยี แต่ต้องสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและการใช้งานจริงควบคู่กันไป จุฬาฯ จึงมุ่งผลักดันการประยุกต์ใช้ AI, Digital Twin และระบบวิศวกรรมอัจฉริยะ เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับการบริหารจัดการน้ำในภาคอุตสาหกรรมและระดับลุ่มน้ำ โดยเชื่อว่าการเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย และภาคธุรกิจ จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้าง “เศรษฐกิจน้ำอัจฉริยะ” ของประเทศ

ประเด็นสำคัญที่สุดคือการปรับเปลี่ยนมุมมองต่อทรัพยากรน้ำ จากเดิมที่เคยมองว่าน้ำคือปัญหา ให้เปลี่ยนมามองว่าน้ำคือ “สินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ” (Economic Asset) ที่สามารถสร้างมูลค่า การเติบโต และความยั่งยืนในระยะยาวได้ การลงทุนในด้านการจัดการน้ำจึงไม่ใช่ภาระค่าใช้จ่าย แต่เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อสร้าง GDP สร้างความมั่นคง และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทยอย่างแท้จริง

ในฐานะประธานคณะอำนวยการจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ Water Forum ภายในงาน Thai Water Expo จุฬาฯ มุ่งผลักดันให้เวทีดังกล่าวเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนมุมมองด้านนโยบาย เทคโนโลยี นวัตกรรม และการลงทุนด้านน้ำ โดยรวบรวมผู้กำหนดนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย และผู้นำภาคอุตสาหกรรมจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการบริหารจัดการน้ำของภูมิภาค พร้อมผลักดันให้องค์ความรู้และงานวิจัยสามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริง อย่างเป็นรูปธรรม

10 ปี Thai Water Expo

นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา Thai Water Expo มุ่งมั่นทำหน้าที่เป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมน้ำ ทั้งภาครัฐ เอกชน นักวิชาการ และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวทางการพัฒนาที่ตอบโจทย์อนาคตของประเทศ เราเชื่อว่าความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างระบบบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ ยืดหยุ่น และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

Thai Water Expo 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–3 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยรวบรวมเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการบริหารจัดการน้ำจากกว่า 200 แบรนด์ชั้นนำจากทั่วโลก พร้อมกิจกรรมสำคัญ อาทิ การประชุมวิชาการนานาชาติ Water Forum เวที iFactory Stage และ GreenTech Stage รวมถึงกิจกรรม IWA Young Water Professionals Workshop และโซนจัดแสดงพิเศษต่าง ๆ เช่น Insight Water, Greenergy Ideas Hub, Waste Processor Pavilion และ Green Fund Corner ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ และต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจและการลงทุน โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าชมกว่า 19,000 คน จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ เรามั่นใจว่า Thai Water Expo 2026 จะเป็นเวทีสำคัญที่ก่อให้เกิดการจับคู่ธุรกิจ การสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ และความร่วมมือในระดับภูมิภาค ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการยกระดับความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำและสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในอนาคต นายสรรชาย กล่าวทิ้งท้าย

ในวาระครบรอบ 10 ปี Thai Water Expo 2026 พร้อมเดินหน้าสู่ทศวรรษใหม่ในฐานะเวทีสำคัญที่เชื่อมโยงเครือข่ายด้านน้ำของภูมิภาค ทั้งภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน จัดร่วมกับ Entech Pollutec Asia 2026 งานแสดงเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมชั้นนำ ระหว่างวันที่ 1–3 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ติดตามข่าวสารและลงทะเบียนเข้าชมงานได้ที่ www.thai-water.com