สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ว่า คราวด์สไตรก์ระบุว่า การโจมตีทางไซเบอร์เหล่านี้ สอดคล้องกับลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของรัฐบาลจีน และความสนใจอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาเทคโนโลยี ทรัพย์สินทางปัญญา และข้อมูลที่มีมูลค่าเชิงกลยุทธ์และเศรษฐกิจ
รายงานพบว่า ภาคเทคโนโลยีเป็นอุตสาหกรรมที่ตกเป็นเป้าหมายมากที่สุด จากทั้งรัฐบาลต่างชาติและอาชญากรไซเบอร์ โดยมุ่งเน้นไปที่ภัยคุกคามต่อบริษัทที่วิจัย พัฒนา หรือจัดจำหน่ายฮาร์ดแวร์และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ บริการและให้คำปรึกษาด้านไอที เซมิคอนดักเตอร์ และซอฟต์แวร์โดยรวม
Technology is in the crosshairs.
— CrowdStrike (@CrowdStrike) June 9, 2026
In the first quarter of 2026, the sector experienced 26% more hands-on-keyboard intrusions than the second most targeted industry.
As the gateway to the global supply chain, technology remains the most targeted industry in the world by eCrime… pic.twitter.com/4zX7Tnensx
ทั้งนี้ คราวด์สไตรก์ไม่ได้ระบุชื่อบริษัทเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง ขณะที่การวิจัยครอบคลุมช่วงวันที่ 1 เม.ย. 2568-31 มี.ค. 2569
รายงานระบุว่า การแฮกของเกาหลีเหนือเป็นภัยคุกคามที่สำคัญ โดยเฉพาะแผนการที่ผู้ปฏิบัติการชาวเกาหลีเหนือ ใช้ตัวตนปลอมเพื่อรับงานด้านไอทีระยะไกลในบริษัทเทคโนโลยี โดยเงินเดือนของพนักงานส่วนใหญ่จะถูกส่งกลับไปยังรัฐบาลเปียงยาง ส่วนตำแหน่งงานของพวกเขาก็ถูกใช้เป็นช่องทาง สำหรับการรวบรวมข้อมูลข่าวกรอง
Chinese hackers pose biggest espionage threat to tech firms, CrowdStrike says https://t.co/Qt1f2WyeNh
— BNN Bloomberg (@BNNBloomberg) June 9, 2026
กลุ่มแฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับรัสเซียและอิหร่าน ยังมุ่งเป้าไปที่ภาคเทคโนโลยีของสหรัฐ และประเทศอื่น ๆ อย่างหนัก เพื่อรวบรวมข้อมูลข่าวกรอง และบางครั้งก็โจมตีด้วยมัลแวร์ทำลายล้าง
นอกจากนั้น รายงานยังเน้นย้ำถึงกิจกรรมการแฮกที่เพิ่มขึ้น จากกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ที่มุ่งโจมตีบริษัทเทคโนโลยี ในช่วงเวลาเดียวกัน รวมถึงการเพิ่มขึ้น 30% ของโฆษณาจากแฮกเกอร์ ที่ต้องการขยายการเข้าถึงเป้าหมายต่าง ๆ.
เครดิตภาพ : REUTERS



