หลายคนอาจสงสัยว่า “พาเดล” เป็นกีฬาอะไร? ทำไมถึงคล้ายเทนนิส? แต่กลับดูเล่นได้ง่ายกว่าและสนุกกว่า แถมบรรดาคนดังโดยเฉพาะนักกีฬา มักจะรวมตัวเล่นกันเป็นประจำ วันนี้ “ข่าวกีฬาเดลินิวส์” จะพาไปรู้จักกับ “พาเดล”

มาพูดถึงรากศัพท์กันก่อน “พาเดล” แท้จริงแล้วเป็นคำทับศัพท์อังกฤษ แพดเดิล (Paddle) ซึ่งแปลว่า ไม้พายหรือแร็กเกต แต่พอมาเขียนเป็นคำและอ่านออกเสียงในภาษาสเปนจะเป็น พาเดล (Pádel)

ขณะที่ต้นกำเนิดของ “พาเดล” นั้น เริ่มมากจากประเทศเม็กซิโก ในปี 1969 โดยนักธุรกิจรายหนึ่งนามว่า เอ็นริเก กอร์กูเอรา เนื่องจากตัวเขาชื่นชอบกีฬาเทนนิส จึงได้รับแรงบันดาลใจมา ก่อนจะนำมาปรับด้วยการเล่นในสนามที่เล็กกว่า ตาข่ายเนตที่ต่ำกว่า และที่สำคัญมีผนัง 4 ด้านที่สามารถตีลูกให้กระทบเด้งกลับไปฝั่งตรงข้ามได้

โดยกีฬาในชนิดนี้แตกต่างกับ เทนนิส ในหลายๆ อย่าง ทั้งขนาดของสนาม อุปกรณ์ที่ใช้เล่น และความเข้มข้นของเกม แต่ก็คล้ายกับ สควอช เช่นเดียวกัน เพราะจะมีกำแพงที่สามารถตีลูกกระทบกับกำแพงได้ เรียกได้ว่า เป็นส่วนผสมของ 2 กีฬาที่คนส่วนใหญ่น่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี

มาที่สนามและอุปกรณ์กันก่อน สนามของกีฬา “พาเดล” จะมีขนาดเล็กกว่าสนามเทนนิส โดยมีความยาว 20 เมตร และกว้าง 10 เมตร นอกจากนั้นจะมีผนังทั้ง 4 ด้าน ที่เป็นกระจกหนาและรั้วโลหะ ซึ่งสามารถตีลูกให้กระเด้งกลับไปฝ่ายตรงข้ามได้ด้วย

ในส่วนของไม้หรือแร็กเกต จะเป็นแบบทึบไปเลย ไม่มีเอ็นเหมือนอย่างเทนนิส แต่จะมีรูไว้ลดการต้านของอากาศ เพื่อให้ตีได้ง่ายและแรงขึ้น เพิ่มการหมุนของลูกบอล ด้านวัสดุทำจากไฟเบอร์กลาส หรือคาร์บอนไฟเบอร์ มีน้ำหนักเบาเลยทีเดียว

ทั้งนี้ ลูกบอลที่ใช้ในการเล่นกีฬา “พาเดล” มีลักษณะที่เกือบจะใกล้เคียงกับลูกเทนนิส แต่อาจจะขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงมีแรงดันต่ำกว่า เพื่อให้เหมาะกับขนาดสนามและพื้นสนาม

ด้านกติกา พาเดล จะใช้การนับคะแนนในแบบเดียวกันกับการแข่งขันเทนนิส โดยจะเริ่มจาก 0, 15, 30, 40 และจบ 1 เกม ซึ่งผู้ที่ชนะจะต้องได้ 6 เกม และนำอีกฝ่าย 2 เกม เช่น 6-4 เกม ถ้าเสมอ 6-6 เกม จะเล่นไทเบรก ทั้งนี้ การตีโต้ลูกบอลจะต้องกระทบพื้นหนึ่งครั้ง ก่อนจะตีลูกกลับไป หรือตีกระแทกกำแพง รั้วฝั่งตัวเองให้กระเด้งกลับไปหาอีกฝั่งได้

นอกจากนี้ การได้แต้มจะนับก็ต่อเมื่อ ลูกกระเด้งพื้นฝั่งตัวเอง 2 ครั้ง ฝั่งตรงข้ามตีลูกออกนอกสนาม ฝั่งตรงข้ามตีลูกไปโดนตาข่ายฝั่งตัวเอง ไม้หรือตัวผู้เล่นอีกฝั่งไปโดนตาข่าย ลูกบอลไปโดนตัวหรือเสื้อผ้าของผู้เล่นฝั่งตรงข้าม หรือหากผู้เล่นฝั่งตรงข้ามทำฟาลว์ เช่น ข้ามแดน (ล้ำเส้นตาข่าย) เป็นต้น ส่วนการเสิร์ฟจะเสิร์ฟหลังเส้นเสิร์ฟเป็นลูกต่ำ แบบทแยงมุมและต้องเด้งก่อนหนึ่งครั้ง

ต้องยอมรับว่า “พาเดล” ในต่างประเทศนั้น เป็นที่นิยมอย่างมากทั้งในสหรัฐอเมริกา และที่สเปน และอีกว่า 120 ประเทศทั่วโลก มีผู้เล่นราวๆ 25 ล้านคน เรียกว่าฮิตพอที่เทียบเท่ากีฬาหลักอย่างฟุตบอล ในทวีปยุโรปและทวีปอเมริกาใต้

ขณะที่ในไทย ความฮิตฮอตก็กำลังพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ในวัยทำงาน โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จึงเกิดสนามแห่งใหม่มากมาย ด้วยจุดเด่นของ “พาเดล” ที่เล่นง่าย และส่วนใหญ่นิยมเล่นแบบคู่ ทำให้เป็นอีกหนึ่งกีฬาที่ให้สังคมใหม่ๆ แก่ผู้ที่เผลอใจเข้าสู่วงการแร็กเกตชนิดนี้

ภาพ Gettyimages