แสนสิริร่วมกับภาควิชาการออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาหลักสูตร ‘Industrial Design Studio’ เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตได้เรียนรู้การออกแบบเพื่อความยั่งยืนจากโจทย์ที่เกิดขึ้นจริงในภาคอุตสาหกรรม โดยนำวัสดุเหลือใช้จากไซต์ก่อสร้างมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่สามารถใช้งานได้จริง แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มุ่งใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดและลดปริมาณของเสียที่ต้องนำไปกำจัด


ความร่วมมือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘Waste to Worth’ ซึ่งยกระดับการเรียนรู้จากห้องเรียนสู่การลงมือปฏิบัติจริง นิสิตได้ศึกษาปัญหาขยะก่อสร้างตั้งแต่ต้นทาง เรียนรู้กระบวนการคัดแยกวัสดุ การประเมินศักยภาพของวัสดุเหลือใช้ และการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของทรัพยากร เพื่อให้เข้าใจว่าการออกแบบสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร
ภายในหลักสูตรยังมีการจัดคลาสพิเศษร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายวงการ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และมุมมองการทำงานจริงให้แก่นิสิต อาทิ จงกล พลาฤทธิ์ แฟชั่นไดเรกเตอร์ นิตยสาร VOGUE Thailand, พิเดช ชวาลดิฐ รองกรรมการบริหาร บริษัท เอสบี เฟอร์นิเจอร์ จำกัด, ดุลยพล ศรีจันทร์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ PDM Brand และวีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ NORSE Republics โดยเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการคิดเชิงออกแบบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการสร้างตัวตนในสายงานออกแบบสร้างสรรค์

อีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจคือการประกวด ‘Waste Contest’ ภายใต้แนวคิด ‘The Aesthetic from Waste’ ที่เปิดโอกาสให้นิสิตนำวัสดุเหลือใช้จากไซต์ก่อสร้าง เช่น กรอบอะลูมิเนียม ไม้พาเลท และเศษผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ มาพัฒนาเป็นเฟอร์นิเจอร์ต้นแบบในรูปแบบใหม่ ผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการพัฒนาต่อยอดเป็นต้นแบบจริง ขณะที่ผลงาน 10 อันดับแรกจะเข้าสู่กระบวนการอัปไซเคิล (Upcycling) เพื่อผลิตเป็นชิ้นงานและจัดแสดงในนิทรรศการ ‘Waste to Worth Exhibition’
ทางคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่าความร่วมมือครั้งนี้ช่วยเติมเต็มการเรียนการสอนด้านการออกแบบอุตสาหกรรมให้ใกล้ชิดกับการทำงานจริงมากขึ้น นิสิตได้เรียนรู้ตั้งแต่การค้นหาปัญหา การพัฒนาแนวคิด การสร้างต้นแบบ และการต่อยอดสู่การผลิตจริง ประสบการณ์เหล่านี้ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจข้อจำกัดและความต้องการของภาคอุตสาหกรรม พร้อมพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในอนาคต
โครงการดังกล่าวต่อยอดจาก ‘เวสต์ ทู เวิร์ธ – 1 โปรเจกต์ 1 ผลิตภัณฑ์’ ในปี 2568 ที่แสนสิริร่วมกับกรุงเทพมหานครนำเศษวัสดุจากไซต์ก่อสร้างมาพัฒนาเป็นของใช้และเฟอร์นิเจอร์สำหรับชุมชน ก่อนขยายผลสู่ภาคการศึกษาในปีนี้ เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์แนวทางจัดการวัสดุเหลือใช้ ผ่านการออกแบบที่คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากสิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็นขยะ
จากการต่อยอดโครงการสู่ภาคการศึกษา ทำให้การจัดการวัสดุเหลือใช้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในกระบวนการก่อสร้างอีกต่อไป แต่กลายเป็นโจทย์การเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาพัฒนาแนวคิดและนวัตกรรมใหม่ๆ บนพื้นฐานของการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างคุณค่าจากวัสดุที่เหลือทิ้งให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง



