สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ว่า รายงานจากสถาบันวิจัยโลวี ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดจากเมืองซิดนีย์ ระบุว่า เครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหนพิสัยไกลรุ่นใหม่ที่กำลังพัฒนาอยู่ และความเป็นไปได้ในการประจำการขีปนาวุธ รวมถึงเครื่องบินที่ฐานทัพใกล้กับออสเตรเลียมากขึ้น อาจเพิ่มภัยคุกคามในระยะยาวได้อย่างรวดเร็วและรุนแรง

รายงานระบุว่า จีนได้พยายามอย่างแข็งขันที่จะจัดตั้งฐานทัพในประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก อย่างน้อยตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งฐานทัพดังกล่าวจะทำให้ออสเตรเลียตอนกลาง อยู่ในระยะทำการของเครื่องบินทิ้งระเบิด และทำให้สามารถโจมตีได้บ่อยขึ้น

นอกจากนั้น ภัยคุกคามในระยะสั้นไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธแบบดั้งเดิม เนื่องจากจีนมีศักยภาพที่แข็งแกร่ง ในการขัดขวางการค้าทางทะเลของออสเตรเลีย ผ่านจุดยุทธศาสตร์ในหมู่เกาะอินโดนีเซีย ขณะที่จีนสามารถโจมตีทางตอนเหนือของออสเตรเลียได้แล้ว ด้วยขีปนาวุธที่ประจำการอยู่ในฐานทัพทะเลจีนใต้

แม้จีนจะเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย แต่ความสัมพันธ์ทางการทูตได้เสื่อมลงหลังปี 2561 จากหลายประเด็น อย่างไรก็ดี ออสเตรเลียยังคงระแวงอิทธิพลที่ขยายวงกว้างของจีนในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยรัฐบาลแคนเบอร์รากำลังดำเนินการข้อตกลงด้านความมั่นคงกับประเทศต่าง ๆ ในแปซิฟิก เพื่อป้องกันไม่ให้ปักกิ่งจัดตั้งฐานทัพถาวรในภูมิภาคนี้ ขณะที่มหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ได้รับการพิจารณาว่า อยู่ในเขตอิทธิพลของออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกา มานานแล้ว

สถาบันโลวีกล่าวว่า การเสริมสร้างกำลังทางทหารของจีน กำลังเปลี่ยนแปลงดุลยภาพแห่งอำนาจในอินโด-แปซิฟิก ในลักษณะที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของออสเตรเลีย โดยไม่คำนึงถึงความสามารถของจีน ในการโจมตีดินแดนออสเตรเลีย.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS