วันที่ 16 มิ.ย. 69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เปิดเผยถึงการเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซีย เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ ระหว่างวันที่ 16-19 มิ.ย. ณ เมืองคาซาน ว่า มีหลายเรื่องที่ต้องไปหารือกับรัสเซีย เช่น เรื่องการเกษตร อุตสาหกรรม การลงทุน ซึ่งไทยได้สั่งซื้อสินค้าจำนวนมากจากรัสเซีย และต้องการให้รัสเซียเพิ่มคำสั่งซื้อสินค้า (ออร์เดอร์) จากประเทศไทยให้มากขึ้น โดยมองว่าเป็นโอกาสที่ดี
ขณะที่ช่วงเย็นของวันที่ 18 มิ.ย. มีกำหนดการหารือทวิภาคีกับนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ส่วนเรื่องที่จะหารือมีน้ำมันด้วยหรือไม่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า มีทุกเรื่อง เพราะรัสเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่เป็นแหล่งผลิตพลังงาน
“เดี๋ยวนี้ทุกอย่างต้องสองทางทั้งซื้อและขาย ในส่วนของไทยมีสินค้าเกษตร อาหาร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรม และไทยก็พยายามหาทรัพยากรพลังงานจากหลายๆ แหล่ง ในส่วนของการลงทุน ประธานหอการค้ารัสเซียก็เคยมาพบตน รวมถึงเรื่องการท่องเที่ยวด้วย”
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างเอกสารผลลัพธ์การประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ จำนวน 4 ฉบับ ซึ่งผู้นำอาเซียนจะร่วมรับรองในการประชุมที่เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย วันที่ 18 มิ.ย. 69 เพื่อขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างอาเซียนและรัสเซียในระยะยาว
โดยเอกสารทั้ง 4 ฉบับ ทั้งร่างปฏิญญาคาซาน ปี 69 “อาเซียน-รัสเซีย: เอกภาพในความหลากหลาย-35 ปี ร่วมกัน” ซึ่งยืนยันเจตนารมณ์ร่วมในการส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง เสถียรภาพ และความร่วมมือในประเด็นสำคัญ อาทิ ความมั่นคงทางทะเล ความมั่นคงทางชีวภาพ การต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ การค้า การลงทุน พลังงาน อาหาร การท่องเที่ยว วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์
ขณะเดียวกันมีร่างแถลงการณ์ร่วมอาเซียน-รัสเซีย ว่าด้วยความร่วมมือด้านพลังงาน มุ่งเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน การรับมือวิกฤติพลังงาน การพัฒนาพลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน ไฮโดรเจน เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ และการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของภูมิภาค, ร่างแถลงการณ์ร่วมอาเซียน-รัสเซีย ว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรม ที่มุ่งส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรม และ ร่างแผนดำเนินการที่ครอบคลุมเพื่อปฏิบัติตามความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อาเซียน-สหพันธรัฐรัสเซีย ปี 69-70
นอกจากนี้ ครม. ยังเห็นชอบร่างแผนการหารือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรไทย กับกระทรวงการต่างประเทศแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ฉบับที่ 6 พ.ศ. 69-73 เพื่อเป็นกรอบการหารือและขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างสองประเทศอย่างต่อเนื่องในระยะ 5 ปี ได้แก่ ความร่วมมือทวิภาคี ความร่วมมือภูมิภาคและพหุภาคีในเอเชีย-แปซิฟิก การประสานงานในกรอบสหประชาชาติ กิจการเกี่ยวกับยุโรป การสื่อสารเชิงกลยุทธ์ในยุคดิจิทัล การต่อต้านข้อมูลเท็จและข่าวปลอม ความร่วมมือด้านกฎหมายระหว่างประเทศ และประเด็นอื่นที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน



