เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2569 ที่เมืองคาซาน ประเทศรัสเซีย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและอิหร่านบรรลุข้อตกลงระหว่างกันเพื่อยุติความขัดแย้ง ว่า ถือเป็นข่าวดี แต่ขอให้มีการลงนามกันก่อน ซึ่งเท่าที่ดูข้อตกลงน่าจะเป็นผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายที่จะคลี่คลายสถานการณ์นำไปสู่สันติภาพ เพราะการตกลงในครั้งนี้เป็นเอ็มโอยูที่เกี่ยวกับการระงับข้อพิพาทระหว่างกัน แต่ยังต้องมีกระบวนการพูดคุยอื่นๆ ที่จะนำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพอีก จึงยังต้องรอดูว่าการเจรจาจะมีความคืบหน้าอย่างไร
นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวต่อว่า จากที่ดูรายละเอียดในเอ็มโอยู ถือเป็นกรอบที่ดีที่จะแก้ไขสถานการณ์การสู้รบ การถอนกำลัง และหาทางแก้ปัญหาเกี่ยวกับการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่าน ภายใต้การตรวจสอบระหว่างประเทศ และที่สำคัญที่สุดสำหรับประเทศไทย คือ การเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เดินเรืออย่างเสรีอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นสิ่งที่เรารอคอยมานาน เพราะยังมีเรือไทยที่ค้างอยู่ รวมถึงจะทำให้เรื่องสถานการณ์พลังงานดีขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อทิศทางดีขึ้นแล้ว ยังจำเป็นต้องหาแหล่งพลังงานสำรองหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ เราต้องมีทางเลือกให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งแหล่งพลังงานจากที่อื่นๆ อาทิ แอฟริกา ลาตินอเมริกา รัสเซีย แต่ที่สำคัญ คือเราต้องนำไปสู่การพัฒนาพลังงานทางเลือกอื่นด้วย เพราะเรื่องนี้มีความจำเป็น ซึ่งจะเห็นแล้วว่าหากเกิดสถานการณ์ในลักษณะนี้ขึ้น เราจะต้องมีความพร้อมต่อไป นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสดีที่จะทำให้เราตระหนักถึงความจำเป็นในการใช้พลังงานอย่างประหยัด และมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งไปสู่พลังงานใหม่ๆ อย่างพลังงานหมุนเวียน อีกทั้งยังเป็นโอกาสในการเร่งพัฒนาแหล่งพลังงานใหม่ และการหาแหล่งพลังงานอื่นๆ ของเราด้วย.



